วันเสาร์, มีนาคม 1, 2025
หน้าแรกHighlight‘แสวง’แจงยิบ!กกต.ไม่นิ่งเฉยสอบ‘ฮั้วสว.’ ตั้งคกก.3ชุดทำงาน-มีมติชงศาลแล้ว3คดี
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘แสวง’แจงยิบ!กกต.ไม่นิ่งเฉยสอบ‘ฮั้วสว.’ ตั้งคกก.3ชุดทำงาน-มีมติชงศาลแล้ว3คดี

“แสวง” แจงยิบกกต.ไม่นิ่งเฉยสอบคดีฮั้วเลือกสว. ตั้งคกก. 3 ชุดดำเนินการมีดีเอสไอร่วมด้วย เผยมีมติชงศาลฎีกาแล้ว 3 คดีจากมีคนร้อง 220 เรื่อง พิจารณาเสร็จ  109  เรื่อง ชี้ ม.49 ให้รับโอนคดีได้ไม่เปิดช่องให้มอบหน่วยงานอื่นทำ แต่หากหน่วยงานมั่นใจกฎหมายให้อำนาจก็เดินหน้ารับเรื่องได้เลย

วันที่ 28 ก.พ.2568 ที่กกต.นายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินคดีเลือกกรณีฮั้ว เลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ว่า กกต. และ สนง.กกต.ได้ให้ความสำคัญโดยได้ดำเนินการพิจารณาคำร้องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา นับแต่มีการเลือก สว. ซึ่งได้แยกกลุ่มเฉพาะที่เป็นการซื้อเสียง และฮั้ว การเลือก สว. คือ เสนอให้ ว่าจ้าง เรียกรับ ฮั้ว จัดตั้ง โพยเลขชุด บล็อคโหวต คะแนนสูงผิดปกติ คะแนน 0 เพราะเห็นว่า เป็นคำร้องที่มีลักษณะพิเศษ มีความสลับซับซ้อน และมีการกระทำเป็นกระบวนการ โดยมีคำร้องที่อยู่ในกลุ่มนี้ 220 คำร้อง   และรับเป็นสำนวนเพื่อสืบสวนและไต่สวน    โดยได้มีการดำเนินการ คือ 1. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาและประสานการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและไต่สวนและการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 มีผู้แทนจาก  3 หน่วยงาน ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 2.แต่งตั้งเจ้าพนักงานจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน จาก 3 หน่วยงาน จำนวน 10 คน จากข้าราชการระดับสูง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า 3.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและไต่สวนเพิ่มเติมขึ้นอีก 1 คณะ ซึ่งเป็นคณะพิเศษที่ประกอบด้วยรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง 4 คน  และจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 นายให้มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนและไต่สวนเรื่องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในทุกพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย   ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนและไต่สวนอยู่ระหว่างสอบสวนและไต่สวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตามระเบียบ  กกต.ว่าด้วยการสอบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2567 และทุกสำนวนต้องเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวและพ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 โดยต้องให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสชี้แจงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม       

“การเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 มีคำร้อง และที่รวมถึงรวมความปรากฏ จำนวนทั้งสิ้น 577 เรื่อง ซึ่ง กกต. พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวน 297 เรื่อง ซึ่งในส่วนของกลุ่มทุจริต เสนอให้ว่าจ้าง เรียกรับ ฮั้ว จัดตั้ง โพย เลขชุด บล๊อคโหวต คะแนนสูงผิดปกติ คะแนน 0 กลุ่มนี้ที่มีจำนวน 220 เรื่อง กกต. พิจารณาแล้วเสร็จ 109 เรื่อง และส่งศาลฎีกา จำนวน 3 เรื่อง”เลขาธิการ กกต. กล่าว

นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินการเมื่อมีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองนั้น พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. 2560 ได้กำหนดให้  กกต.มีหน้าที่และอำนาจเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อ กกต.ไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานพอสมควรหรือมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบสวนต่อไปว่ามีการกระทำใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง คือให้มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสอบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานตามมาตรา 41  ให้มีอำนาจสอบสวน ไต่สวนหรือดำเนินคดีตามมาตรา 41 และแต่งตั้งพนักงานของสำนักงาน กกต. เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจในการสืบสวน สอบสวน ไต่สวน หรือดำเนินคดีตามระเบียบที่กำหนด และหากมีกรณีมีความจำเป็น กกต. จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นเจ้าพนักงาน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะกาลหรือเฉพาะเรื่องตามที่ กกต. กำหนดก็ได้ ตามมาตรา 42 ให้มีอำนาจในการโอนเรื่องหรือส่งสำนวนโดยให้หน่วยงานของรัฐหรือพนักงานสอบสวน ที่รับเรื่องการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองไว้พิจารณาเมื่อ กกต. เห็นว่า เป็นการสมควรที่ กกต. จะดำเนินการเองตามมาตรา 49

“เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายแล้ว กกต.มีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าพนักงานจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดให้มอบหมายให้หน่วยงานอื่นของรัฐทำหน้าที่แทนไว้ กรณีที่เป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดหลายบท หน่วยงานอื่นของรัฐหรือพนักงานสอบสวนจะรับเรื่องไว้พิจารณาก็ต้องพิจารณาว่ากฎหมายได้ให้อำนาจไว้หรือไม่ หากกฎหมายให้อำนาจไว้ก็มีอำนาจในการรับเรื่องไว้ดำเนินการเองได้เลย” นายแสวงกล่าว

เลขาฯ กกต. ยังกล่าวว่าที่ สนง กกต. มีหนังสือถึง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าได้รับเรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมเป็นคดีพิเศษไว้ดำเนินการแล้วหรือไม่ คดีอะไร ก็เพื่อจะได้เสนอ กกต. พิจารณาตามมาตรา 49 ต่อไป

- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img