“เอกราช” เตรียมย้ายเข้า “กล้าธรรม” เพื่อความสบายใจในการทำงาน ยันไม่ถึงขั้นแตกหักกับ “อนุทิน-ภูมิใจไทย”คาดขับออกเร็วๆนี้ เผยผูกพันกับธรรมนัสกว่า 10 ปี
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 68 นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการย้ายไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม ว่า ขณะนี้ผู้ใหญ่ 2 พรรคคุยกัน ถ้าตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็คุยกับตนแล้วว่า ซึ่งนายอนุทินก็เข้าใจไม่มีการคัดค้านเหนี่ยวรั้ง และเพื่อความสบายใจก็จะดำเนินการให้ตามความต้องการ ก็คาดว่าจะเป็นการขับออก
ส่วนเหตุผลในการตัดสินใจย้ายพรรค ก็เพื่อความเหมาะสมในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวที่คงไม่ต้องอธิบายและเป็นความสบายใจในการทำงานทางการเมืองตนคิดว่าถ้าเราออกมาน่าจะคล่องตัวกว่าในการทำงาน ส่วนเหตุผลที่รู้สึกอึดอัดใจคงไม่สามารถแจ้งได้ พร้อมกล่าวย้ำว่าคับพี่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก ซึ่งอาจไม่ใช่การทำงานทับพื้นที่ แต่เป็นเรื่องของความเห็นต่าง จึงถอยออกมาเพื่อความสบายใจในการทำงานเพื่อประชาชน และยืนยันว่าไม่ถึงขั้นแตกหัก พรรคการเมืองอย่างไรก็ต้องดีลงานกัน และเป็นการจัดการด้วยดี
ส่วนที่นายอนุทินบอกว่าการขับออกต้องใช้เหตุผล แล้วจะใช้เหตุผลอะไร นายเอกราช กล่าวว่า ท่านคงมีเหตุผลอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของพรรคที่จะพิจารณา
ส่วนที่นายอนุทินระบุอีก 2 ปี จะเลือกตั้งอยู่แล้ว รอได้หรือไม่ นายเอกราช บอกว่า ไม่น่าจะได้ และคาดว่าการขับออกจากพรรคภูมิใจไทยน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ พร้อมคิดว่าน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดในชีวิตและเรามีความมั่นใจที่จะเดินไปข้างหน้า มุ่งมั่นทุ่มเททำงาน และเราจะสร้างมิติใหม่ใน จ.ขอนแก่น ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนติดตามดูได้
เมื่อถามว่าการย้ายไปพรรคกล้าธรรม จะพาลูกชายไปด้วยหรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องส่วนตัวเพราะลูกชายโตแล้ว และเขาเป็นถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็คงตัดสินใจเองได้
“ผมกับท่านธรรมนัสเป็นเพื่อนตายกันมา 10 กว่าปี เป็นอะไรที่ผูกพันกันมานานมาก เพราะฉะนั้นว่าเมื่อมีความประสงค์ที่จะหาพรรคเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง ก็ต้องหาเพื่อนที่เรามีความเชื่อมั่น ท่านธรรมนัสถือว่าเป็นบุคคลที่ผมมีความเชื่อมั่น”
เมื่อถามว่า แล้วความผูกพันกับนายอนุทินกี่ปี นายเอกราช กล่าวว่า น้อยกว่าท่านธรรมนัส
ส่วนฐานเสียงจะเข้าใจหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาท่านก็ย้ายหลายพรรค นายเอกราช ยืนยันว่า ประชาชนเห็นด้วยแทบจะ 100% และเรื่องนี้ตนคิดมาเป็นครึ่งปีแล้ว