นายกฯลั่นไม่ต้องการ “งูเห่า”หนุนซักฟอก ยันไม่มีผลต่อเก้าอี้ครม. ยันไม่มีการปรับครม.บอกพ่อแล้ว และเป็นเรื่องของนายกฯ เผย พร้อมเปิดเวชระเบียนชั้น 14 หากไม่ติดข้อกฎหมาย
วันที่ 26 มี.ค. ที่รัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ประชุมสภามีมติไว้วางใจอย่างท่วมท้น ว่า ขอบคุณทุกท่านที่ไว้วางใจ ก็ดีใจ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าพิธีการเป็นอย่างไร เพราะเป็นครั้งแรกที่เข้าไป พอประธานสภาพูดจบเสียบบัตร เลขขึ้นเลย และตนก็ไม่แน่ใจว่าเลขที่จอใช่ผลหรือยัง และทราบว่าใช่แล้วคือเร็วมาก เพราะตอนที่จะมีการโหวตนายกฯเป็นการขานชื่อทีละชื่อก็ถือว่าเร็ว ส่วนที่เสียงรัฐบาลนั้นท่วมท้นอยู่แล้วทำไมถึงยังต้องพึ่งเสียงของงูเห่านั้น ไม่ได้พึ่งเลย แต่ต้องมานั่งดูอีกทีว่าอย่างไร จากที่ไหน เพราะไม่ได้บอกอยู่แล้ว อาจจะเป็นความคิด
เมื่อถามต่อว่า ใจนายกฯคือไม่ต้องการให้มีภาพงูเห่าใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องการ ไม่ต้องการให้มีภาพอย่างนั้น แต่จริงๆก็ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงอยู่ดี แต่ที่เราคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็คุยกันเรื่องคะแนนโหวตจากพรรคร่วมฯ ยังไงพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมทำงานกันมา ถ้าแค่คะแนนของพรรคร่วมฯก็พออยู่แล้ว ส่วนกรณี 4 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่งดออกเสียง ไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น ไม่เป็นไร
ส่วนนายกฯไม่ต้องการให้มีเสียงงูเห่า คนที่นำเสียงงูเห่ามาให้ต้องตอบแทนอะไรเขาหรือไม่ หรือไม่ต้องตอบแทนอะไรใดๆ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่างูเห่าจากไหน ใครคืองูเห่า
เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านประมาณ 7 เสียงมายกให้ นายกฯ ถามกลับว่า แล้วทราบหรือยังว่า7เสียงนี้จากใคร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าจากพรรคไทยสร้างไทย และพรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่นายกฯจะบอกว่า ไม่มี ไม่ได้คุยอะไรกันไว้ก่อนเลย ด้วยความสัตย์จริงที่สุดแล้ว ไม่ได้คุยอะไรกันไว้ก่อนเลย ฉะนั้นไม่ทราบว่าต้องให้อะไร ยืนยันว่าไม่มีการเรื่องเก้าอี้ครม. ไม่มีการต่อรองเกิดขึ้นทั้งนั้น อย่างที่เคยบอกไปแล้ว จะปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกฯอยู่แล้ว ถ้าจะไปทางไหนยังไงก็ไม่เป็นผล
เมื่อถามว่า นายกฯ โฟกัสงานหลังจากนี้ต่อไปอย่างไร เมื่อได้คะแนนท่วมท้น นายกฯ กล่าวว่า ทำงานต่อไปเต็มที่ มีการนัดเจอกับพรรคร่วมรัฐบาล มีการพูดคุยกันชัดเจนกันทุกเรื่อง มันเป็นสไตล์การทำงานของตนอยู่แล้วว่าถ้ามีอะไรก็พูดกันตรงๆ ว่าอันไหนใช่อันไหนไม่ใช่ แบบไหนที่เราต้องการและไม่ต้องการ ก็อย่างที่บอกเป็นนายกฯGen Y ค่ะ ก็พูดแบบนี้แหละค่ะ พร้อมยืนยันไม่มีแพลนจะปรับครม.
เมื่อถามย้ำว่า หากมีการไปกดดัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อมาให้กดดันนายกฯขอเก้าอี้รัฐมนตรี นายกฯจะฟังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จริงๆตนรับฟังอยู่แล้วทุกเรื่อง แต่ว่าได้คุยกันอยู่แล้ว เรื่องการตั้งรัฐมนตรีก็มีการปรึกษาพูดคุยกันและสอบถาม อย่างเช่นที่จะอภิปรายรอบนี้มีการพูดกับนายทักษิณอยู่แล้ว ว่ายังจะไม่ได้ปรับครม. ซึ่งนายทักษิณก็บอกว่า โอเค อย่างนี้ มีแค่นี้ ก็เลยยังไม่คิดจะปรับ ครม. ตอนนี้ ซึ่งทางคุณพ่อไม่ได้ถามเรื่องปรับครม. คุยกันอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ยังไงจะปรับหรือไม่ปรับ เป็นการคุยกันว่ายังไง ซึ่งก็คุยกับคุณพ่ออยู่แล้วว่ายังไม่ปรับ ครม.และเขาก็รับทราบ
เมื่อถามด้วยว่า หากเขาไปวิ่งผ่านนายทักษิณแบบนี้ต้องฟังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราฟังเหตุผลอยู่แล้ว แต่ว่าจะปรับหรือไม่ปรับเดี๋ยวเราค่อยคิดอีกทีหนึ่ง ทุกอย่างรับฟังไว้ก่อนได้ เพราะบางทีเราอาจจะคิดไม่ครบก็ได้ ถ้าเราฟังและเราเปิดใจ แล้วก็รู้ว่าอะไรมันดีที่สุดแค่นั้นเอง ทุกเรื่องก็ต้องใช้เหตุผลอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะลำบากหรือไม่ ถ้าทุกคนวิ่งไปหาคุณพ่อเพื่อมากดดันนายกฯ ในการปรับ ครม. นายกฯ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า คิดว่าทุกคนถ้าอยากได้อะไร ก็คงจะต้องมีการวิ่งทุกช่องทาง ซึ่งก็ทราบอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ ก็ดูกันเองว่าวิ่งทางไหนแล้วเป็นผลแล้วกัน ส่วนเหตุผลที่ยังไม่ปรับครม.ตอนนี้ เป็นเพราะอะไร ยังรู้สึกว่าการทำงานกำลังต่อเนื่องได้ดี และคิดว่าอย่างน้อยๆ ทุกคนก็ต้องมีเวลาในการปรับตัว ที่จะเริ่มทำงานให้มันคล่องมือกันต่อไป ก็เหมือนตน เพราะนี่ก็เป็นครม.แรกเหมือนที่ตนเพิ่งเข้ามา ก็ทำงานเท่าๆกันเพราะฉะนั้นก็ดูกันไป
ส่วนการอภิปรายเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่นายกฯระบุว่าจะยื่นแพทยสภาให้ตรวจสอบเรื่องชั้น 14 นายกฯ กล่าวว่า รอ รออยู่ รอผล ส่วนผลจะออกมาเมื่อไหร่และจะเปิดเผยเวชระเบียนต่อสาธารณะหรือไม่ ไม่แน่ใจ มันจะผิดกฎหมายหรือเปล่าเดี๋ยวขอไปเช็คก่อน แต่ตนไม่ทราบไทม์ไลน์ว่าจะได้เมื่อไหร่ เดี๋ยวเช็คดู ถ้าเปิดเผยได้ก็เปิดเผย
เมื่อถามด้วยว่า หนึ่งประโยคที่นายกฯอยากพูดกับประชาชนคืออะไร นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณที่ติดตามการอภิปรายและการชี้แจงทั้งของฝ่ายค้านและของรัฐบาล ข้อมูลทุกอย่างก็พยายามจะให้ประชาชนมากที่สุดเพื่อจะให้เกิดความโปร่งใส และตนก็ตอบทุกข้อสงสัยด้วย ฉะนั้นก็ทำเต็มที่ค่ะ เดี๋ยวไว้ติดตามผลงานกันต่อไป เรื่องนโยบายเราก็เร่งเต็มที่อยู่แล้ว.