“ยศชนัน” สยบดราม่าข้ามขั้ว แถลงจุดยืนเคารพเสียงประชาชนแต่บริบทโลกเปลี่ยน ยอมรับปัจจัย “อำนาจมืด-ทรัพยากร” มีผลต่อการเลือกตั้ง ย้ำเดินหน้าร่วมรัฐบาลเป็นพรรคร่วมเพื่อทำงานให้สุดความสามารถ ยันพร้อมรับผิดชอบทุกการตัดสินใจไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 69 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ที่ผ่านมา ผมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนหลายกลุ่ม หลายองค์กรในทุกสถานการณ์ที่มีโอกาส รวมถึงการประชุมร่วมกับทีมงานทุกๆฝ่าย จากการได้พูดคุยกับหลายคน หลายองค์กร ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าบริบทของสังคมโลกและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัจจัยทางการเมืองในการเลือกตั้งคราวนี้มีความซับซ้อน และเป็นความจริงว่าการจัดการทางการเมือง การใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ มีบทบาทสูงมากต่อผลการเลือกตั้ง
จุดยืนของผมและพรรคเพื่อไทยคือเคารพ และน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากบอกกล่าวกับทุกท่านในขณะนี้ 1. ผมยังยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งสำคัญที่สุด และเห็นว่าเสียงทักท้วงในหลายแง่มุมของพี่น้องประชาชน มีน้ำหนักที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องรับฟัง และชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบในทุกกระบวนการเพื่อรักษาความชอบธรรมของการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง และจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าจะมีข้อยุติ
2. ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ได้พูดคุย ปราศรัย หรือรับปากไว้ทุกพื้นที่ รวมถึงทุกปัญหาจากข้อมูลที่รับฟังจากผู้สมัครมา เราจะร่วมกับคนเก่งทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรภายในพรรค กลไกรัฐ กลุ่มภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สุดความสามารถที่สุดจากสถานะทางการเมืองและศักยภาพของเรา ทุกปัญหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่เรา ไม่จบไม่เลิก หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรามี 2 ทางเลือก ที่ต้องตัดสินใจ คือ การเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล มีผลงานจากการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของผู้คนมาอย่างยาวนาน

ผมทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วย และเห็นต่าง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นพลังสนับสนุนพรรคมาตลอด ก็มีความเห็นไม่ตรงกันต่อทั้ง 2 แนวทาง เราขบคิด แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังหลายฝ่ายในพรรค แม้จะมีเวลาพูดคุยกันไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันมาตลอดว่า จะร่วมทางในทุกสถานการณ์ ผมพร้อมจะก้าวเดินร่วมกับทุกคนในเส้นทางที่เราเลือก
หากก้าวย่างในวันนี้ สร้างความไม่สบายใจต่อท่านใดก็แล้วแต่ ผมขอกราบขออภัยด้วยความจริงใจ ผมได้อ่าน ได้ยินเสียงความเห็นของทุกท่าน และรับฟังด้วยความเคารพเสมอมา การตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเพื่อหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและมีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุน พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำตามระบบรัฐสภา คือความคืบหน้าล่าสุดในขณะนี้ รายละเอียดต่างๆ หลังจากนี้ ผมจะรายงานให้ทราบทุกขั้นตอน
ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ทั่วถึงพี่น้องในทุกพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และสร้างโอกาสที่จะกำหนดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ เราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เต็มที่ทุกนาทีเพื่อยืนยันว่าพวกเราทำได้ และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ ผมพร้อมรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น แม้ผมจะเดินเข้ามาในวันที่พ่ายแพ้ แต่ผมจะยืนอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจนถึงวันที่เราชนะด้วยกันอีกครั้ง ผมมั่นใจว่าผมทำได้ และพร้อมรับฟังทุกๆท่านเสมอ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกัน ประชาธิปไตยยิ่งใหญ่และงดงามเสมอ”




















