“เทพไท” สวดยับ “กกต.” ฟ้องปิดปาก “ปชช.” ปิดปากการตรวจสอบ เหน็บควรยินดีด้วยซ้ำ ที่ “ปชช.” ช่วยเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต-เที่ยงธรรม เชื่อ “ปชช.” ที่ถูกฟ้องจะเสาะแสวงหาหลักฐาน เพื่อไปพิสูจน์ในศาลรธน. ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
เมื่อวันที่ 26 ก.พ.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “กกต.ฟ้องปิดปากประชาชน” มีรายละเอียดว่า…“นับว่าเป็นไปตามความคาดหมาย ตามที่มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ในระบบเขต ซึ่งได้มีการประกาศรับรองสส.จำนวน 396 คน ยังขาดอยู่ 4 คน ที่ยังอยู่ในระหว่างนับคะแนนใหม่ในบางหน่วย ถ้าหากไม่มีการนับคะแนนใหม่ในบางหน่วย กกต.สามารถประกาศรับรองสส.ได้ครบ 400 คนไปเลย
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผลการเลือกตั้งออกมาเช่นไร กกต.ก็รับรองหมด หรือที่เรียกกันว่า “ปล่อยผี” ไม่ได้มีการกลั่นกรอง ไม่ได้มีการตรวจสอบ ทำแบบประเภท “รับรองแบบเหมาเข่ง” ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของการเป็นองค์กรอิสระในการจัดการเลือกตั้ง ที่เป้าหมายของการมีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่ง กกต.สามารถใช้เหตุผล หรือหลักกฎหมาย ที่ระบุว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าฯ” กกต.ก็สามารถให้ใบแดง-ใบเหลือง-ใบส้มได้ทันที
แต่ กกต.ชุดนี้ไม่ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของการมี กกต. เป็นการ “ปล่อยผี” หรือเรียกกันว่า “รับรองแบบเหมาเข่ง” โดยอ้างเหตุผลว่า ค่อยสอยทีหลัง และจะสอยภายใน 1 ปี ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เป็นบทเรียนมาแล้วว่า กกต.รับรองแบบเหมาเข่ง ปล่อยผีไปทั้งชุด และจะสอยภายใน 1 ปี สุดท้ายไม่สามารถสอยคนซื้อเสียงได้เลยแม้แต่คนเดียว ได้ให้ใบแดง 2 ใบ ก็ในกรณีอื่นที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
การที่ กกต.รับรองส.ส. 396 คน ถือว่าไม่ได้แคร์ความรู้สึกของประชาชน ไม่สนกระแสคัดค้าน หรือการท้วงติงใดๆ ทำไปตามความต้องการของ กกต. ถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจประชาชน หรือสวนกระแสของประชาชนเป็นเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำ กกต.ยังประกาศแจ้งความดำเนินคดีต่อประชาชนกลุ่มหนึ่งกับตำรวจกองปราบปราม จากการที่มีประชาชนเข้าไปตรวจสอบการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งของเขตคันนายาว โดยอ้างว่า ประชาชนกลุ่มนี้ไปขัดขวางการเลือกตั้ง และไปล้มการเลือกตั้ง
ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้ว กกต.ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นผู้สังเกตการณ์ เป็นหูเป็นตา ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ควรมองประชาชนเป็นศัตรู หรือเป็นผู้ที่มาขัดขวางการเลือกตั้ง ต้องมองว่าประชาชน คือผู้ส่งเสริม และมีส่วนร่วมต้องการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตและเที่ยงธรรมมากกว่า
การที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งไปเฝ้าสังเกตการณ์ เพื่อตรวจสอบว่า การเลือกตั้งที่บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 เรื่องการเลือกตั้งหรือลงคะแนนลับหรือไม่ ประชาชนกลุ่มนี้จำเป็นจะต้องเสาะแสวงหาพยานหลักฐาน เพื่อจะนำไปพิสูจน์ในศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบคำฟ้องว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ถ้าปิดกั้นการตรวจสอบของประชาชนเช่นนี้ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีพยานหรือข้อเท็จจริงรอบด้านได้อย่างไร กกต.ไม่ควรใช้วิธีการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อปิดปากประชาชน หรือปิดกั้นการตรวจสอบของประชาชน
กกต.น่าจะยินดีด้วยซ้ำไป ที่มีประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา และทำให้กระบวนการเลือกตั้ง สุจริตเที่ยงธรรม ตามเจตนารมณ์หรือปณิธานของ กกต.”




















