หน้าแรกHighlight“บัวแก้ว”สั่งคนไทยใน“อิหร่าน-อิสราเอล” รีบออกจากพื้นที่หลังสู้รบทวีความรุนแรง

“บัวแก้ว”สั่งคนไทยใน“อิหร่าน-อิสราเอล” รีบออกจากพื้นที่หลังสู้รบทวีความรุนแรง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กระทรวงการต่างประเทศออกประกาศฉบับที่ 2 แนะคนไทยเร่งเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงขณะที่สายการบินยังเปิดสัญจร ด้านสถานทูตเทลอาวีฟสั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยสูงสุด หลังอิสราเอลประกาศปิดเมืองและสถานศึกษาถึง 2 มี.ค. นี้

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) หลังจากเกิดเหตุการณ์ประเทศอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านใน

วันนี้ (28 ก.พ.) ตามด้วยสหรัฐอเมริการ่วมยิงโจมตีอิหร่านด้วย ว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างจนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวนั้น กระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากการสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิหร่านและอิสราเอล เร่งเดินทางออกจากพื้นที่ ขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ (หากยังเปิดให้บริการ) หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัยป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธได้ให้บริการอยู่โดยเร็วนอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรณีที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมงขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Royal Thai Embassy, Tel Aviv (ทุกเรื่องเมืองยิว)” แจ้งเตือนคนไทยในอิสราเอล ว่า กองบัญชาการส่วนหน้าของอิสราเอล (Home Front Command -HFC) สั่งการให้ยุติกิจกรรมต่างๆ คงไว้เฉพาะที่จำเป็น รวมทั้งปิดสถานศึกษาและสถานที่ทำงานทั้งหมด

โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 2 มี.ค.2569สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ออกคำเตือนแก่คนไทยในอิสรเอล ดังนี้ 1.ติดตามอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามข้อแนะนำของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ซึ่งจะเผยแพร่ข้อความคำสั่งของกองบัญชาการส่วนหน้าของอิสราเอล (เอชเอฟซี) เป็นภาษาไทยในเฟซบุ๊ก “ทุกเรื่องเมืองยิว, TikTok ของสถานทูตไทยในอิสราเอล และเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ 2.หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกที่พักอาศัย หากไม่จำเป็น 3.ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับจุดที่ตั้งของที่หลบภัยภายในอาคารและสาธารณะ4.ติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะสรุปข่าวสำคัญเป็นภาษาไทยให้คนไทยในอิสราเอลรับทราบตลอดช่วงเวลาวิกฤติ 5.คนไทยสามารติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ตลอดตามหมายเลขฮอตไลน์และช่องทางสื่อโซเชียลข้างต้นทั้งหมด 6.คนไทยในอิสราเอลสามารถรับทราบคำสั่งของเอชเอฟซีด้วยตนเองได้ที่

http://www.oref.org.il/engเบอร์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน 054 636 8150 (สถานเอกอัครราชทูตฯ), 054 469 3476-7 (ฝ่ายแรงงาน), 1-700-707-889 (PIBA มีล่ามไทย)

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img