นายกฯ ประชุมด่วนประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง เร่งนำคนไทยราว 300 คนออกจากอิหร่าน เปิดทุกออปชันทั้งเช่าเหมาลำ-ประสานกองทัพอากาศ พร้อมย้ำยังไม่ถึงขั้นวิกฤตพลังงาน สต๊อกน้ำมันเกิน 60 วัน เตรียมหารือตรึงราคาค่าครองชีพ 4 มี.ค.นี้
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และแนวทางช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงฯ รวมถึงเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคดังกล่าว ผ่านระบบออนไลน์
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้รับฟังรายงานสถานการณ์ของแต่ละประเทศ พร้อมข้อเสนอและการเตรียมความพร้อมดูแลคนไทย โดยจุดที่น่ากังวลที่สุดคือสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งมีคนไทยรวมเจ้าหน้าที่รัฐประมาณ 270-300 คน รัฐบาลเตรียมเร่งสรุปแนวทางให้ออกจากประเทศเพื่อมาตั้งหลักในประเทศไทยก่อน โดยเห็นว่าเป็นจำนวนที่สามารถบริหารจัดการเคลื่อนย้ายได้
สำหรับแนวทางการอพยพ นายกฯ ระบุว่า จะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ต้องประสานเรื่องวีซ่าขาออกและข้อจำกัดด้านระบบราชการในพื้นที่ ซึ่งอาจไม่ปกติ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทาง โดยเปิดทุกทางเลือก ทั้งเที่ยวบินพาณิชย์ การเช่าเหมาลำ หรือประสานกองทัพอากาศที่เตรียมเครื่องบินไว้ 5-6 ลำ
ส่วนสถานการณ์ใน อิสราเอล มีคนไทยอยู่ราว 60,000 คน แสดงความประสงค์เดินทางกลับประมาณ 20 คน ขณะที่ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิมราว 1,000 คน โดยพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นศูนย์กลางการเดินทาง (ฮับ) ที่มีเที่ยวบินเชื่อมต่อจำนวนมาก จึงยังสามารถเดินทางกลับได้ตามปกติ
นายกฯ ย้ำว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย พร้อมกำชับสถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งอำนวยความสะดวกเต็มที่ หากใครต้องการกลับประเทศต้องได้รับความช่วยเหลือทันที พร้อมชื่นชมว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังมีกำลังใจดี โดยผู้ประสงค์กลับมีไม่ถึง 25%
ในประเด็นพลังงาน หากเกิดกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุซ นายกฯ ระบุว่า ไทยมีมาตรการบริหารจัดการน้ำมัน โดยปริมาณสำรองเพียงพอมากกว่า 60 วันในกรณีไม่มีน้ำมันดิบเข้าเลย และไทยไม่ได้พึ่งพาแหล่งตะวันออกกลางเพียงภูมิภาคเดียว พร้อมย้ำว่าสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งห้ามส่งออกน้ำมันได้ หากมีความจำเป็นด้านความมั่นคง
ปัจจุบันไทยกลั่นน้ำมันได้วันละประมาณ 170 ล้านลิตร ใช้ในประเทศราว 130 ล้านลิตร ส่วนที่เหลือส่งออก โดยส่งไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วันละประมาณ 7 ล้านลิตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับความร่วมมือด้านพลังงานและไฟฟ้าระหว่างกัน
ส่วนกรณีราคาน้ำมันปรับขึ้น นายกฯ ระบุว่าเป็นไปตามกลไกตลาด แต่รัฐบาลจะพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด โดยวันที่ 4 มี.ค. จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน เพื่อดูแลต้นทุนและค่าครองชีพประชาชน พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แม้ประชาชนบางพื้นที่เริ่มกักตุนเชื้อเพลิง
“หนึ่งวันก็ห่วงแล้ว เพราะเป็นสงคราม อย่าให้ฝนที่ตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้” นายกฯ กล่าว พร้อมย้ำแนวคิด “ไทยแลนด์เฟิร์ส” ว่ารัฐบาลต้องทำทุกวิถีทางให้ผลกระทบต่อประเทศไทยและคนไทยน้อยที่สุด
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวรายวัน เพื่ออัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และกำชับหน่วยงานความมั่นคงรวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าโครงสร้างความพร้อมได้จัดเตรียมไว้ครบถ้วนแล้ว และพร้อมปรับตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา.




















