“สีน้ำเงิน”เปิดแผล!!!…“ภาวุธ-พรรคส้ม” ได้เวลา“เอาคืน-สวนกลับ”ช่วย“ลูกเทพ”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

จากกรณี “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีบทบาทสำคัญในพรรคในการตรวจสอบ โครงการ TH-AI Passport โดยเป็นคนออกมาชี้ “ประเด็นข้อสงสัย” ในโครงการดังกล่าวคนแรก ๆ ด้วยการตั้งกระทู้สดถาม “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลฯ กลางสภาฯ

แต่ล่าสุด “ภาวุธ” ถูก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” (ดีเอสไอ) ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า พบความเชื่อมโยงว่า “ภาวุธ” มีความเกี่ยวข้องกับ “คดีซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยผิดกฎหมายและมีการหลอกลงทุน” หรือ “คดี Forex”

อันเป็นจากผลพวง ปฏิบัติการ Shutdown the laundering ที่มีบริษัท-กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 ลักษณะคือ หนึ่ง กลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเว็บเพจต่าง ๆ ให้มีการลงทุน สอง กลุ่มบริษัทที่ทำการชักชวนลงทุน ให้คำแนะนำ หรือใช้วิธีสอนเทรด และเมื่อมีคนสนใจเทรดหรือลงทุนแล้ว ก็จะแนะนำให้ไปพบโบรกเกอร์ หรือซื้อขายที่โบรกเกอร์ในกลุ่มเดียวกัน และ สาม กลุ่มเพย์เมนต์ (Payment) หรือบริษัทที่รับส่งเงิน

ซึ่งกรณีของ “ภาวุธ” ตามข้อมูลเส้นเงินของ “ดีเอสไอ” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สาม “กลุ่มเพย์เมนต์” หลังพบเส้นทางการโอนเงินจากกลุ่มที่กระทำผิดคดีดังกล่าว โอนเงินเข้าบัญชีภาวุธ เมื่อ 18 ก.ค. 2567 จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท รวม 28 ล้านบาทภายในวันเดียว โดย “ดีเอสไอ” ระบุว่า หลัง “ภาวุธ” ได้รับเงินดังกล่าว ก็มีการโอนหรือทำธุรกรรมต่อภายในเวลาไม่กี่วินาที

ในทางการเมืองพบว่า แกนนำพรรคส้ม-พรรคประชาชน ยังไม่มีแอ็กชันการเมืองใด ๆ ออกมา ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับ “ภาวุธ” หรือไม่?

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

คาดหมายว่า แกนนำพรรคประชาชน คงรอตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ว่า พยานหลักฐานของ “ดีเอสไอ” แน่นหนาแค่ไหน และโยงถึงตัว “ภาวุธ” ว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดจริงหรือไม่ พร้อมกับ “รอดูกระแสสังคม” ว่า เชื่อฝ่ายไหนมากกว่ากัน ระหว่าง “ดีเอสไอ” กับ “ภาวุธ” หลังเจ้าตัวออกมาชี้แจง ผ่านการโพสต์ facebook เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นแกนนำพรรคประชาชน ถึงค่อยมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ว่าจะเอาอย่างไรกับ “ภาวุธ”

ทั้งนี้ การชี้แจงของภาวุธ เมื่อ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีเนื้อหาโดยสรุปคือ การพยายามเคลียร์ตัวเองว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดตามที่ “ดีเอสไอ” แถลงข่าว โดยลำดับเส้นทางชีวิตตัวเองก่อนเข้าสู่การเมืองว่า เคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์, ระบบชำระเงินออนไลน์, และ Technology Provider อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งลูกค้าย่อมมีทั้งบริษัทในประเทศ และบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ตามธรรมชาติของธุรกิจออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเข้าสู่การทำงานการเมืองเต็มตัว ได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว บริษัทต่าง ๆ ที่ “ดีเอสไอ” อ้างถึงว่าเกี่ยวข้องกับคดี Forex จึงยืนยันได้ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว

ส่วนเรื่อง “เส้นทางเงิน 28 ล้านบาท ที่เข้าบัญชีส่วนตัว” ของ “ภาวุธ” เขาชี้แจงว่า 3 ปีที่แล้ว เปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบ Gold Trading กับผู้ให้บริการผ่านตัวเเทน (Broker) ซึ่งการลงทุนทองคำนี้ เหมือนกับการซื้อขายทองคำผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการลงทุนที่บุคคลทั่วไปจำนวนมากลงทุนเงินที่เข้ามาสู่บัญชีในกรณีนี้ จึงคาดว่า น่าจะมาจากการลงทุนทองคำ โดยเมื่อผมฝากเงินเข้าไปและทำการซื้อ-ขาย ย่อมมีการฝากและถอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุด ในกรณีนี้ ขาดทุน และหยุดการลงทุนไปนานแล้ว

“อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ทราบว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่ DSI กล่าวอ้างนี้ มาจากช่วงเวลาใดแน่ชัด และมาจากบัญชีใด เนื่องจากผมได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า ข้อมูลที่ DSI แถลงมานั้น ยังอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งหาก DSI ต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ผมพร้อมที่จะนำส่งข้อมูลทั้งหมดให้เพื่อการตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงต่อไป ขณะนี้ เรื่องส่วนตัวของผม กำลังเป็นที่กล่าวถึงและเป็นที่สงสัยของสังคม ผมขอยืนยันว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน หรือสแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใด ๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยยืนยันไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. และพร้อมเข้าไปชี้เเจงให้ข้อมูลต่อหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนกับสังคมต่อไป”

สำหรับรูปคดี Forex ในส่วนของ “ภาวุธ” ทาง “ดีเอสไอ” ย้ำว่า ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ยังไม่มีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ยังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองได้อยู่ แต่ก็บอกว่า หาก “ภาวุธ” จะติดต่อขอเข้าชี้แจงกับ “ดีเอสไอ” ก็ทำได้ หรือจะมาหลังสภาฯ ปิด 11 ก.ค. ทาง “ดีเอสไอ” ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน

แน่นอนว่าเรื่องนี้ เกือบทุกฝ่ายพบว่า มองไปในทางเดียวกันว่ามีเรื่อง “การเมืองอยู่เบื้องหลัง!!!” เพื่อพยายาม เบรกเกม-เตะตัดขา “พรรคประชาชน” และ “ภาวุธ” ที่มีบทบาทในการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport เพราะเป็นคนที่ทำงานในสายเทคโนโลยีมาตลอด การหาข้อมูล-การทำข้อมูล-การนำเสนอ จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่า คนในพรรคประชาชนหลายคน การที่ “ภาวุธ” ถูก “ดีเอสไอ” เอาชื่อมาแถลงต่อประชาชนทั้งประเทศว่า ได้รับเงิน 28 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายการซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายและเป็นคดีหลอกลวงประชาชนให้มาลงทุนที่มีผู้เสียหายหลายร้อยคน

ผลที่ตามมา เห็นได้ไม่ยากว่า มีผลทำให้ “ภาวุธ” เสียเครดิตความน่าเชื่อถือตามมา ทำให้เวลาจะพูดอะไรเกี่ยวกับการตรวจสอบรัฐบาล อย่างน้อย…ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ก็จะตั้งคำถามและย้อนกลับไปถึงตัวเองว่า สะอาดพอ-ดีพอหรือยัง ถึงไปตรวจสอบคนอื่น

ไชยชนก ชิดชอบ

ขณะเดียวกัน “พรรคประชาชน” ที่ประกาศว่า “มีเรา ไม่มีเทา” และพยายามรุกหนักเอาผิด “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลฯ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พอคนของ “พรรคประชาชน” โดนแบบนี้ ตัวพรรคเองก็ต้องได้รับผลกระทบในเรื่องความน่าเชื่อถือทางการเมือง รวมถึงอาจมีผลต่อสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า เพราะผลจากเรื่องนี้ อาจทำให้คนกรุงเทพฯ บางส่วน ที่ไม่ใช่ด้อมส้ม แต่คิดจะเลือกพรรคประชาชน ก็อาจเปลี่ยนใจ ไม่เลือก ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชนและผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชนทั้ง 50 เขต ที่แม้คน กทม.ที่อยู่ในลักษณะดังกล่าวอาจจะมีไม่มาก แต่ก็เชื่อว่าอาจจะมีบ้างส่วนหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ภาวุธ-พรรคประชาชน” แม้ “ดีเอสไอ” และ “ฝ่ายรัฐบาล” จะพยายามยืนกรานว่า เรื่องนี้ไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้องในการตลบหลังเอาคืน “ภาวุธ-พรรคประชาชน” ผ่านคดี Forex แต่มันก็ยากจะทำให้คนเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า งานนี้ไม่ใช่ “แผนสีน้ำเงิน” เตะตัดขา “ภาวุธและพรรคประชาชน”

เพื่อเบรกเกมการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ให้ “ลูกเทพ-ไชยชนก” ของ “เนวิน ชิดชอบ” ได้พักหายใจหายคอบ้าง หลังโดนไล่บี้อย่างหนัก!!!

……………………………………….

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img