มติอัปยศดังกระหึ่มโลกโซเชียล หลังมีมติคดีฮั้วสว.เฉพาะ 77 ปลาตัวเล็กหรือจับแค่งวงช้าง ทั้งที่กกต.มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการเลือกสว.ให้เป็นไปโดย“สุจริต-เที่ยงธรรม” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224
และตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. กำหนดมาตรฐานการไต่สวนหรือสืบสวนไม่ต้องพิสูจน์จน “สิ้นข้อสงสัย” อำนาจหน้าที่กกต.เฉพาะแสวงหาพยานหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นขบวนการโกงเลือกสว.เพียงมี “หลักฐานอันควรเชื่อ” ได้ว่าเท่านั้น เพราะเป็นคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่คดีอาญา
ยิ่งเมื่อเปิดมติ 5 ต่อ 2 เสียง ในข้อหาที่ 1-2 ไม่ส่งฟ้อง รมต.-กก.บห.ระดับบิ๊กบึ้มในภูมิใจไทย เป็นไปตามคาด 4 เสียงที่สว.ชุดปัจจุบันเห็นชอบลงมติเสียงข้างมากหมด ทั้ง “ณรงค์ กลั่นวารินทร์-อนันต์ สุวรรณรัตน์-จิรุตน วิศาลจิตร-ณรงค์ รักร้อย” อีกคนหนึ่งที่ยังเป็นกกต.คนเก่า คือ “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ”
ท่ามกลางเสียงกระแสสังคมปรบมือให้ 2 กกต.เสียงข้างน้อย “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ-ชาย นครชัย” ที่เห็นฟ้องยกล็อตคดีฮั้วสว.

โดยเฉพาะเมื่อ “สิทธิโชติ” อดีต“ประธานแผนคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา” ปริปากครั้งแรกนับแต่เลือกสว. โยนระเบิดลงกลางวงกกต. เจียระไนให้เห็นเป็นฉากๆตั้งแต่ 2 กกต.เสียงข้างน้อยโหวตสวน 5 กกต. ยกเหตุผล “บริบทการกระทำครั้งนี้กระจายทั่วประเทศ มีพยานหลักฐานที่ปรากฏค่อนข้างจะเชื่อได้”
หลายจังหวัดจับได้ไล่ทัน วางแผนทำโพยกลางโรงแรม เมื่อต่อภาพจิ๊กซอว์เห็นช้างทั้งตัว พบทุกพื้นที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคเดียว เบอร์โทร เส้นเงินยึดโยงพรรคการเมืองนี้ รวมถึงพฤติการณ์กลางโรงแรมหรูกลางใจเมืองหลวง วางตัวประธานวุฒิสภา
ขณะที่มือกฎหมายระดับผู้พิพากษาเก่า นายวัต ติงสมิตร ยังข้องใจถึงเทคนิคพฤติการณ์ “ดึงความผิดออกมารับโทษบางส่วน หรือตัดตอนคดี เสี่ยงเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อปล่อยหลุดผู้ถูกกล่าวหากลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะระดับผู้วางแผน สั่งการ”
สอดรับภาคประชาชน นำโดยไอลอว์ และฝ่ายการเมือง ขยับดันกกต.ให้เปิดคำวินิจฉัยส่วนตัว พร้อมกระทบชิ่งไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่เคยส่งสำนวนถึงมืออัยการสูงสุด แต่อัยการตีกลับพร้อมตั้งคำถาม “ทำไมฟ้องแค่ 8 คน จากผู้ถูกกล่าวหากว่า 100 คน ตามความผิดอั้งยี่-ฟอกเงิน”
นับจากนี้กกต.ต้องถูกฟ้องอ่วมอรทัย เพราะมติสวนทาง “ข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย” ที่ทำเป็นขบวนการใหญ่ รับรองจุดจบของกกต.-ระบอบสีน้ำเงินลงเอยไม่สวยแน่
เพราะปรากฏการณ์ม็อบ “สนธิ ลิ้มทองกุล” เริ่มเผาหัวขับไล่พวกขี้โกง ทวงเอาประเทศไทยกลับคืนมา 4 เครือข่ายองค์กร ทั้งกลุ่มอดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กลุ่มอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กลุ่มนักวิชาการอาวุโส และกลุ่มพี่น้องมหิดล รวมถึงเครือข่ายนักศึกษาและภาคประชาชน ขยับกดดันกกต.คดีฮั้วสว.ก่อนหน้า
ที่สำคัญในวันกกต.ชี้ขาดคดีโกงสว. ตรงกับงานเสวนาวิชาการ “โฉมหน้าอนุรักษ์นิยมไทย อะไรคืออนุรักษ์นิยม” ในวาระ 77 ปีแห่งการสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ มธ.

จากมติกกต.ชี้ขาดฟันบิ๊กการเมืองไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 2 “ม็อบสนธิ” และเสวนาวิชาการในวาระ 77 ปี สถาปนาคณะรัฐศาสตร์ มธ. สะท้อนภาพให้เห็นว่าฝ่ายขวาแตกตัว เป็น “ขวาแท้” ปะทะ “ขวาเทียม” พวกโกงกิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง นับจากนี้กำลังแปรรูปขบวนนำไปสู่ทางออกหรือทางตันของประเทศไทยอย่างไร ขอให้ตามลุ้นดูกันยาว ๆ
แต่ที่ชัวร์ในภาวะประเทศไทยตกอยู่ในสภาพ “วิกฤติคลังถังแตก” กู้เงินมาแจก กู้เงินมาลงทุน รัฐบาลที่กระแสต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ยังใจป้ำเอาเงินอนาคตของประชาชน เตรียมแจกไอติมหวานให้ประชาชนผ่านไทยช่วยไทยพลัสอีก
หวังมัดใจแฟนคลับคอยช่วยรับแรงปะทะ “ขวาแท้” โดยมี “รัฐพันลึก” รอตัดสินใจเคาะซ้ายหรือขวา
……………………………..
คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก
โดย #ราษฎร์เต็มขั้น



















