นายกฯ แจงข้อสงสัยโครงการโซลาร์เพื่อประชาชน หลังพบ 60 บริษัทใช้ที่อยู่ซ้ำ อีก 120 บริษัทมีชื่อผู้ถือหุ้นสลับกัน ย้ำรายชื่อที่ปรากฏเป็นเพียงผู้มีสิทธิ์ซื้อซองประมูล ไม่ใช่ผู้ได้รับงาน พร้อมระบุยังไม่สรุปราคา จะหักหัวคิวได้อย่างไร ยืนยันกำกับดูแลใกล้ชิด ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใสและเป็นธรรม
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 2 พ.ย.ที่โรงพยาบาลหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์เพื่อประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์เรื่องการซ่อนเงื่อนไขล็อกสเปก ภายหลังพบว่ามีบริษัท 60 แห่งใช้ที่อยู่ซ้ำกัน และอีก 120 บริษัทมีชื่อผู้ถือหุ้นสลับกันว่า อย่าเพิ่งตื่นตกใจกับรายชื่อหรือจำนวนบริษัทที่ปรากฏ เพราะบางคนมองว่ามีบริษัทกว่า 100 แห่งยังน้อยเกินไป ควรเปิดกว้างให้มากกว่านี้ ขณะที่บางคนก็มองว่ามี 60 บริษัทมากเกินไป ซึ่งสามารถพูดได้หลายมุม
นายอนุทินกล่าวว่า ในการประมูลงานที่ผ่านมา ไม่ค่อยเห็นว่ามีผู้เข้าร่วมเกิน 20-30 ราย ตราบใดที่มีรายชื่อผู้ประกอบการ (Vendor List) โดยรายชื่อบริษัทที่ปรากฏในขณะนี้ เป็นเพียงผู้มีสิทธิ์ซื้อเอกสารประมูล ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนและแสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบริษัทที่ได้รับงานไปดำเนินการ
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทด้วยตนเองหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีมีรายชื่อซ้ำกัน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องพิจารณาด้วยว่ามีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากบริษัทเป็นนิติบุคคล และต้องตรวจสอบว่าหลักเกณฑ์กำหนดห้ามกรรมการบริษัทเกี่ยวข้องกันหรือไม่ โดยคุณสมบัติหลักและคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด
นายอนุทินกล่าวว่า ประเด็นที่มักนำไปสู่การร้องเรียนคือการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง หากเขียนเงื่อนไขไม่เหมาะสมหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งไม่มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว โดยกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “You know that I know that you know that I know”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกล่าวหาเรื่องการหักหัวคิวจากบริษัทผู้ประกอบการรายย่อย นายกรัฐมนตรีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่มี ถ้าใครทำผมก็หักคอ แค่นั้นแหละ”
ก่อนขึ้นรถ นายอนุทินยังสอบถามรายละเอียดจากผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการหักหัวคิว ก่อนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องราคา จึงยังไม่เริ่มดำเนินการ จะมีการหักหัวคิวได้อย่างไร อีกทั้งประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ประกอบการติดตั้งเอง พร้อมระบุว่าสื่อมวลชนควรตรวจสอบและกลั่นกรองข้อมูลก่อนตั้งคำถาม โดยย้ำว่าหากพบการกระทำดังกล่าวจริงจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจสอบข้อสงสัยล่วงหน้าเป็นเรื่องดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า มีการตรวจสอบและคัดกรองมาแล้ว โดยผู้ว่าการการไฟฟ้าและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล พร้อมกล่าวว่าไม่คิดว่าบุคคลเหล่านี้จะปล่อยให้เกิดการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีประชาชนจับตามองจำนวนมาก ไม่ใช่โครงการที่ดำเนินการเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด แต่จะดำเนินต่อเนื่องตลอดทั้งปี และเกี่ยวข้องกับประชาชนถึง 1 ล้านหลังคาเรือน จึงไม่สามารถปกปิดความไม่โปร่งใสได้ ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปด้วยความสุจริตและโปร่งใส โดยมีทั้งงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล 50,000 บาท และเงินของประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องรักษาผลประโยชน์ให้ดีที่สุด
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการพุ่งเป้าโจมตีมาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เป็นลักษณะของ “กระต่ายตื่นตูม” โดยตนไม่ได้มองประเด็นอื่น แต่มุ่งให้ผู้ที่ได้รับงานเป็นผู้ที่ได้รับงานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าจะกำกับดูแลโครงการอย่างใกล้ชิด



















