รมช.มหาดไทย เผยที่ดินพิพาทใน จ.นครนายก ส่วนที่ถูกระบุว่าบุกรุกเป็นพื้นที่ราชพัสดุที่กระทรวงกลาโหมใช้ประโยชน์ พร้อมสั่งตรวจสอบข้าราชการมหาดไทยและฝ่ายปกครองที่อาจเกี่ยวข้อง ขณะที่กรณีมูลนิธิให้กรมการปกครองตรวจสอบที่มาของเงิน การเสียภาษี และเส้นทางการเงิน หากพบใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ อาจพิจารณาเพิกถอนมูลนิธิ
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่โรงพยาบาลหนองคาย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินในจังหวัดนครนายก ซึ่งเกี่ยวข้องกับสามีของบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดาราและพิธีกรชื่อดัง โดยระบุว่า ที่ดินส่วนที่มีประเด็นการบุกรุกเป็นพื้นที่เขตทหารและเป็นที่ราชพัสดุ อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งมอบให้กระทรวงกลาโหมใช้ประโยชน์ ดังนั้น หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าแจ้งความจึงเป็นกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงการคลัง
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าข้าราชการระดับซี 8 ของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ขณะที่ทางจังหวัดก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในส่วนที่อาจมีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเข้าไปเกี่ยวข้องเช่นกัน
นายพลพีร์กล่าวถึงกรณีมูลนิธิว่า ได้หารือกับอธิบดีกรมการปกครองเพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียด ทั้งที่มาของเงิน การเสียภาษี และรายได้ต่าง ๆ โดยอธิบดีกรมการปกครองจะนำข้อมูลมาให้พิจารณาในวันที่ 2 พ.ย. พร้อมระบุว่า หากพบการกระทำผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง
รมช.มหาดไทยกล่าวถึงประเด็นการใช้เงินมูลนิธิผิดวัตถุประสงค์ การโอนเงินจากมูลนิธิไปยังเอกชน และการโอนเงินกลับเข้ามา โดยระบุว่า เส้นทางการเงินที่ปรากฏตามข้อมูลข่าวสารยังต้องรอคำชี้แจงจากบุ๋ม ปนัดดา ประกอบการตรวจสอบด้วย
.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจดำเนินการอย่างไร นายพลพีร์ระบุว่า อาจมีการเพิกถอนมูลนิธิ ส่วนอำนาจในการดำเนินคดีด้านอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างที่อธิบดีกรมการปกครองตรวจสอบรายละเอียด
นายพลพีร์ยังย้ำว่า การตรวจสอบไม่ได้จำกัดเฉพาะมูลนิธิแห่งนี้ แต่จะพิจารณามูลนิธิและองค์กรต่าง ๆ ที่เปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนด้วย เนื่องจากต้องมีความโปร่งใส โดยกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องมูลนิธิและการจดทะเบียน จะตรวจสอบความเคลื่อนไหวและความผิดปกติ หากพบข้อบ่งชี้ว่ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การตรวจสอบกรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



















