หน้าแรกHighlightทนาย“เบน สมิธ”โต้หมายจับคดีสแกมฯ ชี้เป็นแค่ข้อพิพาททางแพ่งมูลค่า991ล.

ทนาย“เบน สมิธ”โต้หมายจับคดีสแกมฯ ชี้เป็นแค่ข้อพิพาททางแพ่งมูลค่า991ล.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“วิฑูรย์ เก่งงาน” แถลงหลัง CIB ออกหมายจับ Mr. Ben Smith และภรรยา ยืนยันไม่ใช่คดีสแกมเมอร์หรือฟอกเงิน แต่เป็นข้อพิพาททางแพ่งมูลค่า 991 ล้านบาท ตั้งคำถามกระบวนการรับแจ้งความ-อายุความ พร้อมชี้อาจมีเบื้องหลังทางการเมือง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่บริษัทวิฑูรย์แอนด์พาร์ทเนอร์ จำกัด นายวิฑูรย์ เก่งงาน และนายยศกร เหล่าโชติธนกุล ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ แถลงข่าวกรณี Ben Smith และภรรยา ถูกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ออกหมายจับ

นายวิฑูรย์เปิดเผยว่า ข้อกล่าวหาที่ CIB ตั้งขึ้น เป็นข้อพิพาทระหว่างเบน สมิธ กับบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศลาว ไม่ใช่คดีสแกมเมอร์หรือฟอกเงินตามที่ถูกกล่าวหาในทางการเมืองก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าเป็นเพียงข้อพิพาททางธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น และสอดคล้องกับที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยให้สัมภาษณ์ว่า เบน สมิธ เป็นเพียงนักธุรกิจและโบรกเกอร์

ทนายความยังพาดพิงถึงกรณีที่ รังสิมันต์ โรม เคยอภิปรายในสภา โดยระบุว่าการเรียกร้องให้ออกหมายแดง (Red Notice) ผ่านอินเตอร์โพล อาจเป็นการนำประเด็นเข้าสู่เกมการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คดีมีมูลค่าความเสียหาย 991 ล้านบาท แต่มีการยึดทรัพย์รวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่าไม่สัดส่วนกัน

นายวิฑูรย์ตั้งข้อสังเกต 3 ประเด็น ได้แก่

  1. ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อบริษัทผู้แจ้งความในลาวหรือผู้มีอำนาจตามหมายจับอย่างชัดเจน
  2. คดีแจ้งความตั้งแต่ปี 2567 แต่หนังสือมอบอำนาจเดิมไม่มีการรับรองลายมือชื่อ จนมีการแจ้งความใหม่และรับเป็นคดีอาญาในเดือน ก.พ. ก่อนออกหมายจับอย่างรวดเร็ว
  3. ประเด็นอายุความร้องทุกข์ในคดีฉ้อโกง ซึ่งโดยทั่วไปเป็นความผิดต่อส่วนตัว มีอายุความ 3 เดือน แต่กรณีนี้มีการร้องทุกข์ภายหลังเหตุการณ์ผ่านไปนาน

ทนายความยืนยันว่า เบน สมิธ ได้เคยเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนตั้งแต่เดือน ก.ค. 2567 และมีเอกสารยืนยันการซื้อขายหุ้นครบถ้วน โดยระบุว่าเจ้าตัวเป็นเพียงตัวกลาง ไม่ใช่ผู้ขายหุ้นโดยตรง และพยานหลักฐานได้อยู่ในสำนวนแล้ว

นายวิฑูรย์กล่าวด้วยว่า เบน สมิธ ฝากข้อความว่าการกลั่นแกล้งทางการเมืองควรยุติลง พร้อมยืนยันจะต่อสู้คดี และมองว่าการนำบุคคลเข้าสู่ความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก

ทั้งนี้ ทนายความยอมรับว่าเป็นการออกหมายจับครั้งแรกต่อเบน สมิธ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเดินทางกลับมาสู้คดีด้วยตนเองหรือไม่ โดยกังวลเรื่องการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจสูง พร้อมปฏิเสธเปิดเผยที่อยู่ปัจจุบันของเบน สมิธ แต่ระบุว่าเพิ่งพูดคุยกันก่อนการแถลงข่าวไม่นาน.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img