หน้าแรกHighlightสั่งจำคุก 1 ปี‘ไอซ์ นครชัย’ไม่รอลงอาญา! ปมฝืนลงสมัครสส.ทั้งที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติ

สั่งจำคุก 1 ปี‘ไอซ์ นครชัย’ไม่รอลงอาญา! ปมฝืนลงสมัครสส.ทั้งที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ศาลจังหวัดระยองพิพากษาคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “นายนครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล หลังรับสารภาพคดีรู้อยู่แล้วว่าเคยติดคุกแต่ยังมาลงสมัคร สส. ศาลชี้ใช้อำนาจบนความไว้วางใจประชาชนแต่เพิกเฉยต่อกฎหมาย สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี พร้อมให้คืนเงินประจำตำแหน่งกว่า 4 แสนบาท และชดใช้ค่าจัดเลือกตั้งใหม่รวมกว่า 8.2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 ที่ศาลจังหวัดระยอง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยองยื่นฟ้อง นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล เป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน

คำฟ้องระบุว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ในคดีลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ส่งผลให้เข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (12) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้

อย่างไรก็ตาม นายนครชัยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่ยังคงยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 3 จังหวัดระยอง ในการเลือกตั้งปี 2566 พร้อมเอกสารประกอบและให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งว่า ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่รับสมัครเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้ง จำเลยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดระยอง เขต 3 และดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง 3 สิงหาคม 2566 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 402,055 บาท

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการนัดสืบพยานจำเลย นายนครชัยได้ถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธ เปลี่ยนเป็นรับสารภาพตามฟ้อง โดยโจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาเพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนตามที่โจทก์ร้องขอบางส่วน และประสงค์จะคืนเงินประจำตำแหน่งทั้งหมด ศาลจึงเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มี.ค.2569

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (12) และมาตรา 151 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด คือความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

พิพากษาจำคุก 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี

ศาลระบุในคำพิพากษาว่า การที่จำเลยลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติ ทั้งที่ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตัวแทนของประชาชนและได้มาจากการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจนชนะการเลือกตั้ง แต่กลับเพิกเฉยต่อกฎหมาย กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษ

พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยเป็นเวลา 20 ปี และให้คืนเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่ง ส.ส. รวม 402,055 บาท ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2568 ศาลจังหวัดระยองมีคำพิพากษาในคดีแพ่ง ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจากการทำให้รัฐต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินต้น 7,735,942 บาท พร้อมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,228,748 บาท

ทั้งนี้ ภายหลังฟังคำพิพากษา นายนครชัยอยู่ระหว่างยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img