หน้าแรกCOLUMNISTS‘บริหารจัดการพลังงาน’ในช่วงเกิดวิกฤติ ต้องคนแบบใด?ทั้งฝ่ายประจำ-การเมือง

‘บริหารจัดการพลังงาน’ในช่วงเกิดวิกฤติ ต้องคนแบบใด?ทั้งฝ่ายประจำ-การเมือง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ตอนนี้ราคาน้ำมันแกว่งไปมาอย่างมากตามท่าทีของผู้นำประเทศ สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ต่างออกมาให้ข่าวกันทุกวัน ราคาน้ำมันก็เลยขึ้นลงรายวันไปด้วยแบบกำหนดทิศทางแน่นอนไม่ได้ ล่าสุดก็มีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้เห็น หนึ่งในนั้นเป็นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยด้วย ทำให้ทั่วโลกกังวล

แน่ ๆ คือ ทิศทางขาขึ้น เพราะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกในตะวันออกกลางเสียหาย การส่งน้ำมันออกมาไม่ได้ ทำให้ซัพพลายน้ำมันลดลง กำลังผลิตในอ่าวเปอร์เซียลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ความไม่แน่นอนแบบนี้ทุกหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ จะทำเพียงตั้งรับไม่พอ ต้องทำงานเชิงรุกอย่างจริงจัง ในส่วนของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นกระทรวงหลักที่จะทำให้ประเทศฝ่าวิกฤติไปได้แบบสะดุดน้อยที่สุด ก็ต้องทำหลายอย่างด้วยกัน เพื่อหา Supply ทดแทนตะวันออกกลาง เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเป็นสำคัญ  

ในส่วนที่ต้องจับตา คือ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพราะตอนนี้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักผลิตไฟฟ้ากว่า 63.34% (ข้อมูลกฟผ. ณ เดือนม.ค. 69) โดยไทยต้องใช้ก๊าซฯ อยู่ 705.65 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน ล่าสุดใช้ LNG เป็นสัดส่วนอยู่ 38% ของ Supply ก๊าซทั้งหมด

เมื่อคราวเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ปะทุอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 ก.พ.65 ทำให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้นต้องนำเข้า LNG ราคาสูงมากทุบสถิติราคาสูงสุดในช่วงเดือนมี.ค.ซึ่งขึ้นมาแตะ 84.7 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียูจนทำให้ต้นทุนค่าไฟพุ่งพรวด

แต่เมื่อเทียบกันแล้วกูรูด้าน LNG ประเมินว่า ทิศทางราคา LNG จากสงครามในตะวันออกกลางรอบนี้ จะขึ้นไปไม่ถึงช่วงสงครามรัสเซียยูเครน จาก 3 เหตุผล คือ 1. ช่วงสงครามรัสเซียยูเครนในปี 65 ยุโรปต้องพึ่งพาก๊าซทางท่อจากรัสเซียเป็นหลัก ซึ่งวิกฤติคราวนั้น ทำให้ยุโรปปรับตัวมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ยุโรปใช้ LNG เป็นหลักตั้งแต่ ม.ค. 68 โดยไม่มีก๊าซทางท่อจากรัสเซีย

เหตุผลที่ 2 นับจากปี 65 เป็นต้นมาการ Supply โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ เข้ามาป้อนตลาดมากขึ้น เหตุผลที่ 3 ความต้องการ LNG ของจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ไม่ได้สูงอย่างที่คาดการณ์ เพราะเศรษฐกิจของจีนยังไม่กระเตื้องมากนัก ดังนั้นสัญญา LNG บางส่วนของจีนก็ถูกนำมาขายในตลาดจร (Spot) และบางประเทศที่ใช้ LNG เลือกไปใช้เชื้อเพลิงอื่น

แม้วิกฤติราคา LNG อาจไม่ถึงระดับเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ราคาก็ผันผวนมาก ล่าสุดปิดตลาดเมื่อ 11 มี.ค.69 ราคาอยู่ที่ 17.983 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งสูงกว่าราคา Spot เดือนม.ค.ซึ่งอยู่ที่ 10.5 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู แปลว่าราคา LNG อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาเนื้อก๊าซ (Pool Gas) ที่ใช้คำนวณต้นทุนผลิตไฟฟ้าในเดือนพ.ค.-ส.ค.69 ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน จากเดือนม.ค.69 ที่อยู่ในระดับ 268.9082 บาทต่อล้านบีทียู (ข้อมูล : สนพ.) น่าสนใจ คือ วิกฤติรอบนี้กฟผ.จะสามารถรับภาระสองรอบติดต่อกันอีกแสนล้านได้หรือไม่ เพราะภาระหนี้ต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดจากต้นทุนพลังงานสูงจากสงครามรัสเซียยูเครน ซึ่งยังคืนกฟผ.ไม่หมดเหลืออยู่ราว 4 หมื่นล้านบาท จากที่รับภาระสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบค่าไฟเดือน ม.ค. – เม.ย.66 จำนวน 158,957.25 ล้านบาทตอนนั้นกฟผ.ต้องเข้ามา เพื่อตรึงอัตราค่าไฟฟ้าไว้ที่ 4.72 บาทต่อหน่วยตามนโยบายรัฐบาล

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.กระทรวงพลังงาน ได้กล่าวถึงแนวทางบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อดูแลค่าไฟฟ้าหลายแนวทางด้วยกัน ประกอบด้วย 1.ให้กฟผ.เบ่งกำลังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพื่อลดแรงกดดันจากความต้องการ LNG ของโรงไฟฟ้าก๊าซฯ 2.เพิ่มการผลิตก๊าซฯ จากอ่าวไทยและในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) 3.หา supply จากแหล่งอื่นมาทดแทนกาตาร์ ทั้งมาเลเซีย ออสเตรเลีย สหรัฐฯ โอมาน โมซัมบิก ไนจีเรีย แคนาดา จีน เป็นต้น ซึ่งตอนนี้จัดหาทดแทนได้เรียบร้อย มีการเปิดประมูลแล้ว ทำให้ได้ราคา LNG ต่ำกว่าราคาก๊าซในตลาด JKM ของเอเชีย การบริหารจัดการครั้งนี้มีปตท.เป็นแม่งานหลัก โดยซื้อ Spot จากพันธมิตรหลายแหล่งด้วยกัน แต่สำหรับแหล่งรัสเซียยังจัดหาไม่ได้แม้จะมีราคาถูก เพราะยังถูกคว่ำบาตร

ในส่วนการบริหารจัดการราคาน้ำมันนั้น หลังครบ 15 วันของการประกาศตรึงราคาดีเซลของรัฐบาล ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 17 มี.ค.69 นี้ ยังเดายากว่าจะปรับราคาดีเซลให้เกิน 30 บาทต่อลิตร จากตอนนี้ตรึงไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนราคาไปก่อนจนกว่ากองทุนน้ำมันฯ จะติดลบเกินกรอบวงเงินที่ไปกู้มาเพื่อใช้ตรึงราคาแล้วถึงทยอยปรับราคาขึ้นบ้าง ส่วนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันไม่น่าจะเกิดขึ้น

ส่วนกลุ่มแก๊สโซฮอล์ไม่ได้อยู่ในมาตรการตรึงราคาตามนโยบายรัฐบาล แต่ปตท. และผู้ค้าน้ำมันส่วนใหญ่ก็ตรึงไว้ด้วยเหมือนกัน แต่ก็จะทยอยปรับขึ้นหลัง 17 มี.ค. เพื่อลดภาระผู้ค้าน้ำมันที่กดค่าการตลาดไว้ให้เฉลี่ย 1-11 มี.ค.69 อยู่ที่ 0.88 บาทต่อลิตร จากปกติ 2 บาทต่อลิตร ในส่วนของค่าการตลาดดีเซลเหลือ 0.58 บาทต่อลิตร

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันฯ วันนี้ (11 มี.ค.69) เงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันฯ เพื่อตรึงดีเซล 1,445 ล้านบาท/วัน ซึ่งเป็นวันที่กองทุนน้ำมันฯ เข้ามาอุดหนุนราคาดีเซลสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบ 3 ปีที่ 16.97 บาทต่อลิตร เพราะราคาจริงดีเซลพุ่งไป 46.91 บาทต่อลิตรแล้ว

ส่วนกลุ่มแก๊สโซฮอล์กองทุนน้ำมันก็มาช่วยด้วย เพื่อจูงใจให้ใช้แก๊สโซฮอล์ E 20 และ E 85 โดยอุดหนุนราคาทำให้ต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ E 10 ที่ 3 บาทต่อลิตร เป็นการอุดหนุน แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 เท่ากันที่ 7.41 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ E 20 ที่ 9.01 บาทต่อลิตร และ E 85 ที่ 2.28 บาทต่อลิตร ใช้เงินอุดหนุนกลุ่มแก๊สโซฮอล์ รวม 317 ล้านบาทต่อวัน รวมๆแล้วจนถึงวันที่ 11 มี.ค.69 กองทุนน้ำมันฯ ใช้เงินตรึงน้ำมันไปแล้วร่วม ๆ 53,000 ล้านบาท คาดว่ากองทุนน้ำมันฯ จะต้องใช้เงินเพื่อตรึงราคาน้ำมันรอบนี้แตะ 1.5 แสนล้านบาทแน่นอน

ตอนนี้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้เตรียมเรื่อง เพื่อเข้าครม.ใหม่อนุมัติวงเงินกู้ 20,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็เตรียมสเต็ปถัดไปแล้วในการเสนอครม.ขอกรอบวงเงินกู้เพิ่มเติม ซึ่งจะต้องออกพระราชกฤษฎีกา เนื่องจากคาดว่าวงเงินกู้ 20,000 ล้านบาทจะไม่เพียงพอสำหรับตรึงราคาน้ำมันรอบนี้

โดยในรอบสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ขอกรอบวงเงินกู้ไว้ 1.5 แสนล้านบาท แต่ใช้ไป 1.353 แสนล้านบาท ซึ่งเงินที่กองทุนน้ำมันฯ กู้ทั้งหมดเป็นหนี้สาธารณะแต่รัฐบาลไม่ต้องชดใช้ เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ สามารถเรียกเก็บเงินจากน้ำมันทุกลิตรในช่วงราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง จะเห็นได้ว่าสถานะของกองทุนน้ำมันฯ มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพราะเป็นกลไกหลักของไทยในการบริหารราคาน้ำมัน โดยเคยติดลบสูงสุด 1.3 แสนล้านบาทในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ก็กลับมาเป็นบวกภายใน 4 ปีเมื่อเดือนก.พ.69 และกลับมาติดลบอีกครั้งในสงครามตะวันออกกลางรอบนี้  

มีเรื่องต้องทำมากมายในช่วงวิกฤติ และเคลียร์หนี้หลังวิกฤติ ขณะเดียวกันก็ต้องใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องพลังงาน และจูงใจให้ช่วยกันประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น ดังนั้นรมว.พลังงานภายใต้ครม.ใหม่จะเป็นใครก็แล้วแต่ ต้องแอคทีฟ เพื่อมาบริหารจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม รวมถึงต้องมีความรู้รอบด้าน ไม่ถูกหลอกจน “เพลี่ยงพล้ำ” ได้ง่าย ๆ วิกฤติเช่นนี้ควรร่วมมือร่วมใจระหว่างภาคการเมือง และฝ่ายประจำทำงานเพื่อชาติ ทำงานเชิงรุกแบบไม่มีวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่ซีกโลกไหนก็ทำงานได้ ประชุมหารือได้ ! เพราะสงครามไม่รอวันจันทร์ หรือรอให้ผู้บริหารกระทรวงพลังงานกลับจากต่างประเทศก่อนนะ

…………………………………

คอลัมน์ : เข็มทิศพลังงาน

โดย…“ศรัญญา ทองทับ”

สนับสนุนโดย…บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img