หัวหน้าพรรครักชาติชี้ วิกฤตพลังงานไม่ได้เป็นเพียงปัญหาขาดแคลน แต่กำลังลุกลามกระทบเศรษฐกิจและค่าครองชีพประชาชนอย่างหนัก แม้เห็นด้วยกับมาตรการพยุงราคาของรัฐบาลในระยะสั้น แต่ย้ำต้องเร่งวางโครงสร้างพลังงานใหม่ระยะยาว ทั้งโซลาร์เซลล์ทุกครัวเรือนและการส่งเสริมพืชพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากภาวะสงครามโลกว่า ขณะนี้ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขาดแคลนพลังงานเท่านั้น แต่กำลังลุกลามกลายเป็น “มะเร็งร้าย” ที่กัดกินค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนอย่างหนักหน่วง
นายชัยวุฒิ ระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับมาตรการระยะสั้นของรัฐบาลในการพยุงและกดราคาพลังงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงนี้ แต่ถือเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเร่งกำหนดแผนรับมืออย่างจริงจัง ก่อนที่ประเทศจะเผชิญทางตันด้านพลังงาน
“ขอฝากเตือนรัฐบาลในเรื่องการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานที่จะเกิดขึ้นจากภาวะสงคราม ตอนนี้พลังงานไม่เพียงขาดแคลน แต่ยังมีราคาสูงมาก เป็นภาระและความเดือดร้อนของประชาชน การช่วยเหลือระยะสั้น เช่น การพยุงราคา กดราคาไว้ไม่ให้สูงเกินไป และการชดเชยส่วนต่าง เป็นสิ่งที่เห็นด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนเกินไป” นายชัยวุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายชัยวุฒิ เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการระดับโครงสร้างที่ยั่งยืนอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่
ประการแรก การส่งเสริมการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยผลักดันให้ทุกครัวเรือนและทุกชุมชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
ประการที่สอง การฟื้นและส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเอทานอล ไบโอดีเซล รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ
นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่อาจก่อตัวเป็นพายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ โดยรายได้ของประเทศมีแนวโน้มลดลง ขณะที่รายจ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศอาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่การส่งออกก็มีแนวโน้มชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญสถานการณ์ “รายได้หด แต่รายจ่ายพุ่ง” โดยเฉพาะค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก
“ประเทศและประชาชนกำลังอยู่ในสภาวะกระเป๋าแห้ง รายจ่ายสูบเลือดสูบเนื้อ แต่รายได้กลับลดลง รัฐบาลจึงต้องเร่งหามาตรการรับมืออย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจนเกินไปจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้” นายชัยวุฒิ กล่าว.



















