“เท้ง” ซัด DSI แถลงข่าวไม่มีเนื้อ ปล่อยชื่อ “ภาวุธ” หวังดิสเครดิต ขู่ฟ้อง ม.157 ใช้อำนาจมิชอบ ชี้ หากมีใบสั่งขออย่าทำตาม เพราะคนรับผิดคือ ขรก.ประจำ จี้ ป.ป.ช. สอบปมฮั้วโครงการ TH-AI Passport เหตุเข้าร่วมฟัง 2 กมธ. ประชุม ข้อสงสัยเพียงพอส่อฮั้วประมูล ไม่หวั่นกระทบหาเสียง บอก ประชาชนมองออกอะไรถูกผิด เหน็บ รัฐบาลเองจะขาดความน่าเชื่อถือ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยมีการเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนออกมา ว่า จากการที่ DSI มีการแถลงข่าวไปแล้ว สิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุดคือผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเอ่ยชื่อเลย แต่ว่าผู้ต้องสงสัยผู้ถูกสงสัยและยังไม่ถูกหมายเรียก คือนายภาวุธถูกเอ่ยชื่อมาอย่างชัดเจน
” เรื่องนี้อยากให้สังคมช่วยกันตั้งคำถาม ว่าการดำเนินการของ DSI เป็นการดำเนินการที่ถูกตามกระบวนการ หรือไม่ แล้วอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองอยู่ ถ้ามีใบสั่ง ๆ ให้พวกเขาต้องออกมาดำเนินการแบบนี้ ก็อยากให้ทุกคนอย่าไปทำตาม เพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบคือข้าราชการประจำ ที่ทำตามใบสั่งของนักการเมือง ” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าการแถลงวันนี้มีเจตนาชัดเจนว่าเป็นใบสั่งหรือไม่แม้ทางอธิบดีจะปฏิเสธ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็ลองดูว่าช่วงที่จะมีการแถลงข่าวหรือปล่อยข่าวออกมาเป็นช่วงเดียวกันกับที่ 2 กรรมาธิการมีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งนายภาวุธเองก็เป็นคนที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างแข็งขัน สิ่งที่มีข่าวออกมาพยายามจะสร้างกระแสมากลบข่าว พยายามดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือของนายภาวุธหรือไม่ และการแถลงข่าวออกมาแท้จริงแล้วแทบไม่มีเนื้ออะไรเลย นายภาวุธเองก็ได้ให้ข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว ว่ามาจากการเทรดทองและทำการซื้อขายอยู่แล้วเป็นปกติ นายภาวุธเองก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Payment Gateway ดังนั้นอยากให้ DSI ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมามากกว่านี้ไม่อยากให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า การกระทำครั้งนี้เป็นคดีการเมือง
เมื่อถามว่าทางพรรคจะมีการทำหนังสือเรียบร้อยทาง DSI ให้ชี้แจงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่กับทีมกฎหมายของพรรค ว่าถ้าเราเจอเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบก็มีมาตรา 157 มีช่องทางที่เราจะดำเนินการได้ และอยากเรียกร้องกับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยตรง เนื่องจากในการประชุมร่วมกันของสองกรรมาธิการวันนั้นมีตัวแทนของ ป.ป.ช. เข้าประชุมอยู่ด้วยกัน
อย่าลืมว่าตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลมาตรา 14 วรรค 2 เขียนไว้ชัดเจนว่าถ้า ป.ป.ช. เห็นด้วยตัวเอง ว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อฮั้วประมูล ไม่ต้องมีมูลแค่ส่อว่ามีพฤติการณ์ฮั้วประมูล ซึ่งการชี้แจงในกรรมาธิการวันนั้นเห็นได้ชัดว่ามีการล็อค TOR หรือไม่ บริษัทที่ชนะการประมูลมีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือทางอ้อมกับบริษัทที่มีป้ายโฆษณาจำนวนมากหรือไม่ ข้อสงสัยต่าง ๆ เหล่านี้มันเพียงพอแล้วที่ ป.ป.ช. จะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง ถ้า ป.ป.ช. ไม่ดำเนินการตนคิดว่า ป.ป.ช. ก็อาจจะขัดต่อกฎหมาย พ.ร.บ.ฮั้วประมูลเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่ามีผลเสียต่อคะแนนของพรรคหรือไม่ในช่วงนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ห่วงในเรื่องนี้ คิดว่าสังคมและประชาชนมองออกว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด การดำเนินการที่ผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ จะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลเองขาดความน่าเชื่อถือ
เมื่อถามว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ในนามของพรรคหลังนายภาวุธออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้นายภาวุธก็แสดงความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจ และไม่ขอใช้เอกสิทธิ์สส. ด้วยซ้ำ และพร้อมเข้าไปชี้แจงถ้านายภาวุธชี้แจ้งได้ทุกอย่างแล้ว ก็เป็นการเคลียร์ข้อสงสัยทุกอย่างในฝั่งของเรา และถ้าเราเคลียร์ได้ทุกอย่างจริง ๆ คนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือ DSI ที่แถลงออกมา เพราะทำให้นายภาวุธและพรรคประชาชนเกิดความเสียหาย




















