หน้าแรกCOLUMNISTSเผือกร้อน“ศาลรธน.” ชี้ชะตา เลือกตั้งโมฆะ

เผือกร้อน“ศาลรธน.” ชี้ชะตา เลือกตั้งโมฆะ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ในที่สุด หลังมีหลายกลุ่มไปเข้าแถวยื่นเรื่องร้องเรียน-คำร้องต่อ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” หนึ่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้ส่งเรื่องไปยัง “ศาลรัฐธรรมนูญ” เพื่อวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีปัญหาสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ เพราะการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและรหัสคิวอาร์ (QR Code) ในบัตรเลือกตั้งระบบเขต ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

อันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 83 ที่บัญญัติว่า“การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ”

และมาตรา 85 ที่บัญญัติว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”

โดยมีผู้ไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินร่วม 21 คำร้องเรียน แต่ระหว่างนั้น กกต.ก็ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.ทั้งบัญชีรายชื่อและระบบเขต ไปเกือบหมด 500 คน จนสภาฯ มีการนัดประชุมเพื่อโหวตเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ 15 มีนาคม โดยระหว่างนั้น ก็มีการจับตากันว่าสุดท้าย ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะยื่นคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนลือกันว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งปัจจุบันมีสองคน และหนึ่งในนั้น คือ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย มาจากการโหวตเห็นชอบของสว.สีน้ำเงิน ที่แนบแน่นกับพรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำตั้งรัฐบาล

จนมีการจับตากันว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรธน. แต่ในที่สุด หลังรอคอยกันมานาน สุดท้าย ค่ำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ออกคำแถลงยืนยันการส่งคำร้องไปยังศาลรธน. เพราะเห็นว่าการที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง น่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา โดยมีสาระสำคัญในคำแถลงของผู้ตรวจการแผ่นดินตอนหนึ่งดังนี้

…ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ปรึกษาหารือร่วมกัน โดยได้พิจารณาข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงและประกอบกับข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอที่จะวินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code)

“ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้ และในวันนี้ จึงเห็นชอบวินิจฉัยให้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ต่อไป”

นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินยังระบุอีกว่า ยังมีประเด็นเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้แก่ กรณีระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129 วรรคสอง ที่กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 84 และมาตรา 96 กรณีจำนวนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่เท่ากัน และกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน

คาดว่า สัปดาห์นี้ หนังสือของผู้ตรวจการแผ่นดิน คงส่งถึงฝ่ายสารบรรณ สำนักงานศาลรธน. ส่วนว่า จะเอาเข้าที่ประชุมตุลาการศาลรธน.ในสัปดาห์นี้ทันหรือไม่ ยังต้องรอลุ้นกันต่อไป และหากนำเข้าแล้ว ก็ต้องลุ้นกันอีกว่า ที่ประชุมตุลาการศาลรธน.จะรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่?

ก่อนหน้านี้ มีทั้งนักกฎหมาย-นักรัฐศาสตร์-นักวิชาการ-กูรูผู้รู้ด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่อง การมีคิวอาร์โค้ดกับบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ที่ก็แตกออกมาเป็นสองฝั่ง

ฝั่งแรก เห็นว่า ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดรธน. และอาจมีผลทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ส่วนอีกฝั่งเห็นว่า การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ เพราะไม่ใช่ใครจะเข้าไปขอดูบัตรเลือกตั้งกันได้ง่าย ๆ หากใครเข้าไปเปิดดู ก็เท่ากับทำผิดกฎหมาย ยกเว้นแต่มีคำสั่งจากกกต.หรือจากทางศาลฯ ที่จะต้องเป็นกรณีสำคัญ ไม่ใช่ไปพลิกดูกันได้ง่าย ๆ

เมื่อความเห็นแตกกันออกเป็นแบบนี้ ทางที่ดีที่สุด ก็คือให้ศาลรธน.ตัดสินนั่นเอง

ซึ่งก็มีความเห็นที่น่าสนใจจาก ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อแห่งหนึ่งไว้ว่า แม้ว่าหลักการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับจะถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากมีการพิสูจน์ได้ว่าการลงคะแนนไม่ลับหรือไม่โดยตรงก็อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ แต่กรณีเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ผลจะเป็นอย่างไรนั้น มีผู้แสดงความเห็นเป็น 2 ฝ่าย อาจเป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์พยานหลักฐานกันในศาลรัฐธรรมนูญ

“มีข้อมูลที่มีการเผยแพร่กันล่าสุดและมีน้ำหนักค่อนข้างมาก คือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 ที่วินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่ไปช่วยผู้พิการออกเสียงลงคะแนน ยังถือว่าเป็นการลงคะแนนลับอยู่ แม้ว่าจะไม่เป็นความลับสำหรับเจ้าหน้าที่ และไม่ลับสำหรับผู้พิการหลายคน แต่หากไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชน ให้ถือว่ายังเป็นความลับอยู่ ซึ่งจะไม่เหมือนกับคดีหันหลักออกนอกคูหาเลือกตั้งที่ทำให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เมื่อปี 2549 เพราะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าใครเลือกใคร

เมื่อพิจารณากรณีที่มีบาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ดในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะลับหรือไม่นั้น ส่วนตัวอยากจะใช้แนวทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 มาอ้างอิง ซึ่งดีกว่าไม่มีหลักเกณฑ์ ตราบใดที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชน เขายังล็อกไว้ได้ ไม่เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ ก็ยังถือว่าลับอยู่”

สุดท้ายเรื่องนี้ กลายเป็นเผือกร้อนเรื่องใหม่ ที่รอศาลรธน.วินิจฉัย ซึ่งผลคำวินิจฉัย จะมีผลทำให้หน้ากระดานการเมืองไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมาหรือไม่ อันนี้สิลุ้นกันหนัก

……………………………………………

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img