นายกรัฐมนตรีระบุไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลต้องเป็นไปตามขั้นตอน หลังได้ประธานและรองประธานสภาแล้ว เตรียมทำเอกสารทูลเกล้าฯ ก่อนเปิดประชุมสภาเลือกนายกฯ ย้ำการเสนอชื่อรัฐมนตรีต้องผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติอย่างรอบคอบตามแนวทางศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้เลือกประธานสภาและรองประธานสภา 2 คนแล้ว ว่า ขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการจัดทำเอกสารเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ และเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภา และประธานสภาเข้ารับตำแหน่งตามขั้นตอนแล้ว จึงจะสามารถเรียกประชุมสภาได้ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะใช้เวลานาน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าการประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอาจมีขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และไม่สามารถกำหนดวันได้ในขณะนี้ เนื่องจากตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาจะต้องได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อน
เมื่อถามว่า หากได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนแล้ว จะสามารถเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีได้ทันทีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อน ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนที่ได้ชี้แจงมาโดยตลอด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ากระบวนการจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วหรือไม่ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนตามกระบวนการที่สื่อมวลชนทราบกันดี โดยรัฐบาลได้บริหารจัดการสถานการณ์ให้เป็นไปตามขั้นตอนโดยไม่มีความล่าช้า และหากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 ครั้งนี้ถือว่ากระบวนการเดินหน้าเร็วกว่า เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีการรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ขณะนี้สามารถเลือกประธานสภาได้แล้ว
สำหรับขั้นตอนการจัดสรรโควตารัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะมีการหารือกันภายหลังจากที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยยังมีเวลา เนื่องจากต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีก่อน จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอรายชื่อรัฐมนตรีมายังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ
เมื่อถามถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าจะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากสังคมให้ความสนใจเรื่องจริยธรรม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้มีแนวทางจากศาลรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน จึงต้องนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาพิจารณา และเชื่อว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมีการกลั่นกรองรายชื่อมาแล้ว โดยแม้แต่พรรคภูมิใจไทยเองก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากข้อบังคับพรรคกำหนดให้การเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อรายชื่อรัฐมนตรีของแต่ละพรรคส่งมาถึงนายกรัฐมนตรี จะมีการตรวจสอบตามมาตรฐานที่กำหนด หากพบว่าบุคคลใดมีปัญหา ก็ยังสามารถหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองต้นสังกัดเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนได้ แต่คาดหวังว่าจะไม่เกิดกรณีดังกล่าว เพราะขณะนี้ทุกพรรคทราบหลักเกณฑ์เดียวกันว่าต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่มีปัญหาด้านคุณสมบัติ
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน นายกรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ ว่า “ก็ต้องเป็นอย่างนั้น” พร้อมระบุว่าการจัดทีมคณะรัฐมนตรีจะยึดหลักจริยธรรมเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงการพูดคุยกับ ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่าได้มีโอกาสหารือกันหรือไม่ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ในวันนี้ได้พบปะกับสมาชิกสภาหลายคน แต่ยังไม่ได้พบกับ ร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ได้พบกับ อัครา พรหมเผ่า และได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่เข้ามาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามว่า จะมีโอกาสพูดคุยกับ ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเพื่อนกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีถึงกับอุทานว่า “โอ้โห เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”



















