“ศุภจี” ชี้วิกฤตพลังงานต้องดูแลทั้งระบบ คุมเข้มราคาสินค้า–ห้ามฉวยขึ้นราคาเกินจริง ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกักตุนสินค้า
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.69 ก่อนการประชุมครม.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลาง เพื่อให้ที่ประชุม ครม. พิจารณา ว่า จะพิจารณาทั้งระบบ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ดูแล หากจะขึ้นราคาต้องดูความถูกต้องซึ่งมีมาตรการที่ทำร่วมกัน เช่น กระทรวงมหาดไทย รวมถึงพาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัด ที่จะต้องลงพื้นที่ไปดูแล หากมีสินค้าขึ้นราคาเกินกว่ากำหนดจะต้องมีมาตรการที่ต้องไปดูแล บุคคลที่พบเห็นสามารถแจ้งผ่านสายด่วนพาณิชย์ 1569
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ มีอยู่ 59 ประเภท เช่น สินค้าบริโภค อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม สินค้าในกำกับ เช่น ราคาน้ำมัน ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่ผู้กำหนดราคาแต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ได้มีการประกาศราคาหน้าปั๊ม หน้าโรงกลั่นอยู่ที่เท่าไหร่ กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลว่ามีการปรับขึ้นราคาเกินกว่ากำหนดหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการกักตุน
ส่วนสินค้าในกำกับที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ ได้หารือถึงการบริหารจัดการดูแล และความสมเหตุสมผลว่าจะมีการขยับปรับเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ขณะนี้ราคาพลังงานยังไม่ได้ปรับขึ้น แต่อาจเป็นการตื่นตระหนกของประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูแลในเรื่องนี้ ทั้งนี้ หากมีการขยับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลในการปรับขึ้นราคาสินค้า รวมถึงมาตรการเยียวยาที่จะต้องมีตามมา ให้ผู้ประกอบการ และประชาชนต้องอยู่ได้ พร้อมทั้งขอให้รอผลการประชุม ครม.วันนี้ ก่อนจะนำไปหารือในที่ประชุมศบก. ในเวลา 16.30 น จากนั้นจะแถลงอย่างเป็นทางการ
นางศุภจี กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับผู้ประกอบการให้ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยกันหาแหล่งใหม่ เพราะปัจจุบันแหล่งซื้อเม็ดพลาสติกอยู่ที่ตะวันออกกลาง ได้มีการขอให้กระทรวงการต่างประเทศ เจรจากับทางอิหร่าน เพื่อเปิดให้เรือสินค้าไทยนำสินค้าออกมา ซึ่งไม่ใช่สินค้าที่เป็นอันตรายแต่เป็นสินค้าที่ต้องซื้ออยู่แล้ว แต่ขณะนี้ทางอิหร่านยังไม่ได้ให้คำตอบมาแต่อย่างใด พร้อมกับยังระบุว่าเม็ดพลาสติกในไทยยังสามารถมีปริมาณเพียงพอได้ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้



















