คาดว่า โผ “ครม.อนุทิน 2” อาจจะมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในไม่เกินสัปดาห์หน้านี้ หลัง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ รอบสองอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงวันศุกร์ 20 มีนาคมที่ผ่านมา
เพราะ “อนุทิน” ยอมรับแล้วว่า ได้มีการนำรายชื่อผู้จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ส่งชื่อให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรีเรียบร้อย ทำให้คาดว่า หากทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็น่าจะมีการส่งกลับคืนไปให้ “อนุทิน” นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้
ยกเว้นแต่บางรายชื่อมีปัญหา ที่สำนักงานเลขาธิการ ครม.ทำโน้ตไปถึง “อนุทิน” ว่าบางรายชื่อ อาจมีปัญหา เพราะมีปัญหาเรื่องถูกร้องเรียน หรือมีชื่อถูกบางหน่วยงานรัฐเช่น สำนักงานป.ป.ช. หรือดีเอสไอ สอบสวนบางคดีอยู่และคดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่ได้มีการสั่งฟ้องตกเป็นผู้ต้องหา หรือตกเป็นผู้ถูกร้อง แต่ก็ให้ “อนุทิน” ไปพิจารณาว่า จะเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีหรือไม่?
เพราะจะว่าไปแล้ว ตามหลักกระบวนการยุติธรรม ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด ก็ยังต้องถือว่าเป็น “ผู้บริสุทธิ์” อยู่ ตรงนี้ก็ต้องดูว่า “อนุทิน” จะตัดสินใจอย่างไร
เพราะอย่างที่เป็นข่าว ตอนนี้ก็มีบางชื่อที่มีข่าวว่า จะเข้าไปเป็นรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย พบว่ามีชื่อถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานป.ป.ช.พิจารณาเรื่องร้องเรียนหรือทำสำนวนคดีอยู่

ทั้งกรณีของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ตามข่าวบอกว่า จะเป็นรมว.ศึกษาธิการ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า ทางสำนักงานป.ป.ช.กำลังไต่สวน คำร้องคดี การใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 ซึ่งรวมงบประมาณทั้งสิ้น 51,584.008.17 ล้านบาท โดยเกิดเหตุช่วงนายประเสริฐ เป็นรองนายกฯ ยุครัฐบาลเพื่อไทย และคดีธุรกิจสแกนม่านตา แลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ที่มีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ของประเทศสิงคโปร์ แต่ต่อมา “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอีเอสฯ ปัจจุบันได้ยกเลิกการทำเอ็มโอยูดังกล่าว ซึ่งคดีนี้ ดีเอสไอและป.ป.ช. กำลังสอบสวนเรื่อดังกล่าวอยู่
และล่าสุดกับกรณี “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ที่ตามข่าว จะเป็นรมว.พัฒนาสังคมฯ โควตาเพื่อไทย-กลุ่มโคราช ก็ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา กรณีดีเอสไอเข้าสอบสวนการบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีการกล่าวหาว่า มีการออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์ของเอกชน

ซึ่ง “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม” ของ บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด เจ้าของหาดสวนยา ดังกล่าว มารับทราบข้อหาฯ โดยคนในตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” โดนกันหมด ทั้ง “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” หรือ “กำนันป้อ” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” หรือ “เจ๊หน่อย” นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์และ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล”
เท่ากับว่า “สุดาวรรณ” ที่เป็นรมต.มาแล้ว 3 กระทรวงคือ “ท่องเที่ยวฯ-วัฒนธรรม-อุดมศึกษาฯ” ก็มีชนักติดหลัง มีคดีที่ดีเอสไอ เช่นเดียวกับ “ประเสริฐ” คนโคราชบ้านเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม คาดว่า “เพื่อไทย” คงไม่ขอเปลี่ยนรายชื่อ ทั้ง “ประเสริฐ” และ “สุดาวรรณ” เพราะก็คงอ้างว่า เป็นแค่การถูกแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น เส้นทางคดียังยาวไกล ต้องถือว่า “ประเสริฐ” และ “สุดาวรรณ” ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีความ จะมาบอกว่า โดนแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา แล้วเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้น ทาง “เพื่อไทย” ก็คงยกกรณี “อนุทิน” มาแย้งเหมือนกันว่า ตัว “อนุทิน” เอง ก็ถูกอนุกรรมการไต่สวนของ กกต.แจ้งและเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. มาแล้ว เท่ากับว่า “อนุทิน” ก็มีชนักติดหลักเช่นกัน แล้วทำไม ยังเป็นนายกฯ ได้
ต้องดูว่า หากทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่ได้มีข้อทักท้วงใด ๆ หรือมีข้อเสนอแนะไปถึงตัว “อนุทิน” เป็นการส่วนตัว ว่าให้เปลี่ยนชื่อเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายตามมา ทางตัว “อนุทิน” ก็คงไม่ขวางอะไร แต่หากมีข้อทักท้วงจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งขึ้นมา ตัว “อนุทิน” ก็คงต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ขอให้ “เพื่อไทย” เปลี่ยนตัว ซึ่งหากมีข้อทักท้วงอย่างเป็นทางการออกมา ฝ่าย “เพื่อไทย” ก็คงต้องยอมเปลี่ยนชื่อ ที่ก็ต้องรอดูว่าผลจะออกมาอย่างไร คงจบภายในสัปดาห์หน้านี้

ล่าสุด “นายกฯ อนุทิน” บอกว่า ต้องการตั้งรัฐบาล-ฟอร์ม ครม.ให้เสร็จก่อนสงกรานต์
“จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ก็ได้รับรายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยแล้ว จะได้ให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เร่งตรวจสอบคุณสมบัติการตรวจสอบคุณสมบัติก็ต้องใช้เวลา และไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะพรรคเพื่อไทย ก็ต้องตรวจสอบในส่วนของพรรคภูมิใจไทยด้วย น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อันนี้เร็วที่สุดแล้ว เพราะต้องผ่านการตรวจสอบ 17 หน่วยงาน”
และเมื่อถูกถามถึงกรณี ดีเอสไอออกหมายเรียก “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ทาง “อนุทิน” ชิงออกตัวว่า “ไม่ทราบตรงนั้น เรื่องของ ครม.จะเปิดเผยได้ก็ต่อเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว ถ้าการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนเมื่อไหร่ ไม่มีใครติด ซึ่งก็หวังว่าจะไม่มีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย ส่งลงพระปรมาภิไธยต่อไป อย่างที่เรียนว่าตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมาพูดอะไรกันตอนนี้ ไม่ช้าแน่นอน”
สำหรับรายชื่อโผ ครม.พบว่า ส่วนใหญ่นิ่งหมดแล้ว แต่บางชื่อบางตำแหน่ง ก็ยังรอยืนยันอีกรอบ แต่หลัก ๆ ลงตัวหมดแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของ “ภูมิใจไทย” เช่น “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี ควบรมว.มหาดไทย มีรัฐมนตรีช่วยว่าการมหาดไทย 3 คน คือ “วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์” สส.สตูล “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี และ “พลพีร์ สุวรรณฉวี” สส.นครราชสีมา, “ทรงศักดิ์ ทองศรี” แกนนำพรรคภูมิใจไทย โยกจากรมช.มหาดไทย เป็นรองนายกฯ, ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย “ภราดร ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง “ศุภมาส อิศรภักดี” สส.บัญชีรายชื่อ “นภินทร ศรีสรรพางค์” แกนนำพรรค และ “สุขสมรวย วันทนียกุล” สส.อำนาจเจริญ
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะขยับจากรัฐมนตรีช่วย ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ยังคัมแบ็กในเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม, พิพัฒน์ รัชกิจประการ อยู่ที่เดิมรมว.คมนาคม โดยมี รมช.ฯ 3 คนคือ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ-ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร-สรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา
ส่วนไชยชนก ชิดชอบ ลูกเนวิน ยังเป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่เดิม แต่เพิ่มรัฐมนตรีช่วยฯ คือ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี, รมว.ท่องเที่ยวฯ คือ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล โควตากลุ่มเมืองเก่า อยุธยาฯ, สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เป็นต้น

ขณะที่โควตาคนนอก ก็ตามเดิมคือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.คลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์, บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เป็นต้น
ที่ก็จะพบว่าส่วนใหญ่ รัฐมนตรีจาก “รัฐบาลอนุทิน 1” โควตาภูมิใจไทย หลายคนได้กลับเข้ามา ยกเว้นบางคนหลุดไปเช่น ธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม, สันติ ปิยะทัต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
และเมื่อรวมกับโผ ครม.ของเพื่อไทย ตามที่เป็นข่าว ก็ต้องยอมรับว่า “ครม.อนุทิน 2” ไม่ค่อยว้าว!!! เท่าใดนัก
กระแสออกมาในทางว่า รายชื่อส่วนใหญ่ธรรมดาเกินไปเมื่อเทียบกับ “ครม.อนุทิน 1” เพราะไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาสร้างความตื่นเต้นทางการเมืองและสร้างการยอมรับใหม่ ๆ
ดังนั้น มันก็อยู่ที่การทำงานของ “รัฐบาลอนุทิน 2” หลังจากนี้แล้วว่า จะสร้างผลงานให้คนยอมรับได้หรือไม่
……………………………………….
คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง
โดย “พระจันทร์เสี้ยว”



















