รมว.สธ.นั่งหัวโต๊ะ ถกวอร์รูมยา-เวชภัณฑ์ รับมือวิกฤติสู้รบตะวันออกกลาง ด้าน อย. ปรับมาตรการฟาสแทร็กการเข้าถึงเร็ว สะดวก ยืนยันต้องคงมาตรฐานความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติยา และเวชภัณฑ์ รวมถึงระบบสุขภาพ ที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลางว่า ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข มีการเฝ้าระวัง ติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (24 มี.ค.) จะมีการประชุมอีโอซี หรือวอร์รูมติดตามสถานการณ์ ทั้งเรื่องยา เวชภัณฑ์ ซึ่งในส่วนของราคายาที่ประเมินว่าอาจจะแพงขึ้นนั้น วันนี้ก็ต้องมีการหารือกันด้วย
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความล่าช้า การขาดแคลน และต้นทุนที่สูงขึ้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็น อย.จึงได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็น โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นสำคัญ
ภญ.สุภัทรา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เบื้องต้นการปรับเปลี่ยนได้แก่ 1. การปรับเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตัวทำละลาย หรือรูปแบบวัตถุดิบได้ โดยต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างทางเคมี และไม่ส่งผลต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต 2.การปรับเปลี่ยนภาชนะบรรจุ ในกรณีที่เกิดการขาดแคลน สามารถเปลี่ยนรูปแบบ ชนิด หรือขนาดบรรจุได้ โดยต้องมีมาตรฐานและความปลอดภัยเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม 3.เปิดช่องทางพิจารณาแบบเร่งด่วน (Fast Track) เพื่อให้การอนุมัติการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สอดรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ลดผลกระทบต่อการผลิตและการกระจายสินค้าในระบบ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอได้ทางเว็บไซต์ของ อย. ที่ https://www.fda.moph.go.th
เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ “คงความต่อเนื่องของการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพของประชาชน” ไม่ว่าจะเป็นยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็น โดย อย. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพยังคงมีเพียงพอ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน.



















