”ประเสริฐ”เผยรวบ 3 การไฟฟ้ารับภาระตรึงค่าเอฟทีงวดพ.ค.-ส.ค. 69 ยันไม่กระทบสวัสดิการพนักงาน เปรยอีกวิธีดึงงบกลางมาช่วย ยันขึ้นสุดท้ายขึ้นกับรัฐบาลเคาะตัวเลข
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าได้มีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) หรือ เอฟทีงวดเดือนพ.ค.-ส.ค.69 ให้อยู่ในระดับเดิมที่หน่วยละ 0.0972 บาท เพื่อให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนตรึงไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ส่วนจะทำได้หรือไม่และทำได้แค่ไหนอยู่ระหว่างการพิจารณาวิธีที่กำลังพิจารณาเพื่อตรึงค่าไฟฟ้าประกอบด้วย คือ 1.การดึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มาช่วยรับภาระต้นทุนคงค้าง (Accumulate Factor: AF) ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งรับภาระไปแล้วในช่วงเกิดสงครามรัสเซียยูเครนปี 65 กว่า 1.5 แสนล้านบาท และจนถึงขณะนี้ภาระของกฟผ.ยังคงเหลืออยู่ 36,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าการดึงอีก 2 การไฟฟ้ามาช่วยรับภาระนั้นจะไม่กระทบกับสวัสดิการของพนักงานแต่อย่างใด
2.การดึงงบกลางมาช่วย และ3.การดึงเงินเรียกเก็บจากการลงทุนต่ำกว่าแผนของการไฟฟ้า (Claw Back ) รวมประมาณ 9,400 ล้านบาท นำมาลดค่าเอฟทีได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งหากนำเงิน Claw Back มาช่วยอย่างเดียวก็จะลดค่าเอฟทีไปได้บางส่วน ทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่สูงเกินไป เพราะต้นทุนจริงๆของค่าไฟฟ้าในงวดนี้ไม่รวมภาระของกฟผ.และปตท.อยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตามสุดท้ายค่าไฟฟ้าจะเป็นเท่าใดอยู่ที่นโยบายรัฐบาล
อนึ่งในวันที่ 25 มี.ค.69 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะมีการประชุมเพื่อเคาะตัวเลขต้นทุนค่าไฟฟ้างวดเดือนพ.ค.-ส.ค.69 ก่อนวาง 3 ทางเลือกรับฟังความเห็น เบื้องต้นประกอบด้วย กรณีที่ 1 ค่าไฟฟ้าขึ้นมาอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย หากมีการชําระคืนค่า AF ให้กับกฟผ. ทั้งหมดที่ 36,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50 สตางค์ต่อหน่วย
กรณีที่ 2 ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. ทำให้ค่าไฟฟ้างวดใหม่อยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 3 ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. รวมทั้งนำเงิน Claw Back รวมประมาณ 9,400 ล้านบาท นำมาลดค่า Ft ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟงวดใหม่ อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย



















