กต. ไทยเกาะติดสถานการณ์น้ำผึ้งหยดเดียว หลังข้อมูลสหรัฐฯ-อิหร่านขัดแย้งกันปมเจรจายุติศึก รมว.ต่างประเทศ เรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียดก่อนทั่วโลกพังพินาศ เผยผลสำเร็จทางการทูตส่งชื่อเรือ “บางจาก-เอสซีจี” ให้อิหร่านช่วยดูแล ล่าสุดเรือบางจากแล่นผ่านพื้นที่เสี่ยงกลับสู่ไทยได้ฉลุย
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ฝ่ายสหรัฐอเมริกาจะระบุว่ามีการเจรจากับอิหร่าน แต่ฝ่ายอิหร่านกลับปฏิเสธ ขณะเดียวกันยังคงมีเหตุโจมตีในพื้นที่ และการเสริมกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่อง
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็น “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ” โดยประเทศไทยหวังให้ข่าวการเจรจาทางการทูตเป็นจริง และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดระดับความตึงเครียด หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง และหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา เนื่องจากความขัดแย้งในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ในส่วนความคืบหน้ากรณีเรือ “มยุรีนารี” ที่ลอยลำอยู่ในน่านน้ำอิหร่าน พร้อมลูกเรือ 3 คน นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ทางการโอมานและอิหร่านได้ร่วมปฏิบัติการเข้าถึงเรือและลูกเรือดังกล่าวได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันชะตากรรมของลูกเรือทั้ง 3 คนได้ ซึ่งฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และตั้งความหวังว่าทั้งหมดจะปลอดภัย
นอกจากนี้ ไทยยังได้ประสานกับทางการอิหร่านเพื่อขอความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของเรือไทยที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยฝ่ายอิหร่านได้ตอบรับและขอให้ส่งรายชื่อเรือ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งรายชื่อเรือจำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือของบริษัทบางจาก และบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)
ล่าสุด เรือของบริษัทบางจากสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และกำลังมุ่งหน้ากลับประเทศไทย ขณะที่เรืออีกลำยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ โดยรัฐบาลไทยแสดงความหวังว่าจะสามารถเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน
นายสีหศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณทางการโอมานและอิหร่านที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติการกู้ภัย รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของเรือไทย ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในช่วงวิกฤติ



















