หน้าแรกHighlight“กรณ์”แฉกลางสภาย้ำมี“ไอ้โม่งโรงกลั่น” จี้รัฐบาลลดภาษีสรรสามิตน้ำมันลง6บาท

“กรณ์”แฉกลางสภาย้ำมี“ไอ้โม่งโรงกลั่น” จี้รัฐบาลลดภาษีสรรสามิตน้ำมันลง6บาท

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สภาแตก! “กรณ์-จาตุรนต์” ออกมาแฉเบื้องลึกทำไมน้ำมันถึงขาดปั๊ม ทั้งที่โรงกลั่นบอกผลิตล้น ใครคือไอ้โม่ง และรัฐบาลมีเงินเหลือแค่ไหนในการช่วยเรา? เช็กข้อเสนอ 4 ทางรอดก่อนลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจทั้งประเทศ

วันที่ 25 มี.ค.2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย  ต่อมานายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ความล้มเหลวการบริหารจัดการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนมี 3ข้อคือ 1.โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันอย่างเพียงพอให้ปั๊มน้ำมัน ยืนยันว่า ไอ้โม่งมีจริง รัฐบาลรู้ว่าโรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊ม แต่ไม่ติดตามว่าน้ำมันไปอยู่ในมือใคร ข้อมูลเหล่านี้ควรอยู่ในมือรัฐบาล ไม่ควรมาถามประชาชน 2.โครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหา ประเทศไทยมีราคาน้ำมัน 3ตลาดคือ 2.1.ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย มีราคาต่ำสุด  2.2ราคาขายส่งผ่านจ๊อบเปอร์ ไม่ได้รับการชดเชยราคา  2.3.ราคาน้ำมันเขียวของชาวประมง ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต รัฐบาลไม่สามารถป้องกันให้ผู้ซื้อจากตลาดอื่นแห่มาซื้อราคาหน้าปั๊มน้ำมันที่ได้รับการชดเชยราคา ภาคอุตสาหกรรมที่ควรซื้อจากจ๊อบเปอร์ มาแย่งซื้อหน้าปั๊มที่มีราคาถูกกว่า 3.กองทุนน้ำมันมีหนี้สะสม 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ยังไม่มีมติครม.ให้กองทุนน้ำมันกู้เงินมาชดใช้ให้กับผู้ค้าน้ำมันได้ ทำให้โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊มน้ำมัน เพราะยิ่งขาย ยิ่งขาดสภาพคล่อง ประชาชนรับทราบไอ้โม่งมีอยู่จริง รัฐบาลควรเอาจริงแก้ปัญหา เพราะสุ่มเสี่ยงให้ประชาชนคิดเลยเถิดว่า รัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน

นายกรณ์กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันที่นายกฯส่งสัญญาณลอยตัวราคาน้ำมันนั้น ประชาชนสับสนว่า ราคาหน้าปั๊มจะไปถึง 50บาทหรือไม่ ความล้มเหลวเรื่องการควบคุมราคาเพราะรัฐบาลไม่ได้ไปดูสต๊อกน้ำมันของโรงกลั่นตั้งแต่แรก ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรขายน้ำมันในสต๊อกเดิมก่อนมีวิกฤติราคาน้ำมัน อีกทั้งยังให้โรงกลั่นขายน้ำมันในราคาค่าการกลั่นที่สูงกว่าปกติ 3เท่า ได้กำไรทั้งจากสต๊อกน้ำมันเดิม และค่าการกลั่น ถึงเวลาต้องทบทวน เพราะทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินจริง ขณะเดียวกันภาษีสรรพสามิตน้ำมันอยู่ที่ 6.95บาทต่อลิตร ไม่ลดลงแม้แต่สตางค์ รัฐบาลส่งสัญญาณให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน รัฐบาลควรมีส่วนร่วมด้วย กำไรที่เกินควรจากโรงกลั่นควรแบ่งมาช่วยลดภาระประชาชนในกองทุนน้ำมัน และรัฐบาลควรลดภาษีสรรสามิตน้ำมันลง 6บาท 2ข้อเสนอนี้จะช่วยให้น้ำมันถูกลงลิตรละ 9บาท ทุกรัฐบาลมีวิกฤติของตัวเอง วิกฤติรัฐบาลชุดนี้คือ วิกฤติตะวันออกกลาง รัฐบาลควรพูดความจริง ไม่ใช่ผลักให้ข้าราชการ อธิบดี ปลัดกระทรวงต่างๆออกมาพูดแทนรัฐบาล ฝากรัฐมนตรีอย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ประชาชนต้องการฟังคำชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจ คลายความตื่นตระหนก

จากนั้นเวลา 11.20 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงวิกฤตการณ์พลังงานที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่าปัญหาน้ำมันในปัจจุบันไม่ใช่แค่ข่าวจากต่างประเทศ แต่เป็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของประชาชน จากการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดฉะเชิงเทรา พบเสียงสะท้อนที่ตรงกันว่า “ปั๊มน้ำมันดีเซลใกล้พื้นที่เกษตรไม่มีน้ำมันจำหน่ายมานานกว่า 10 วัน” ซึ่งย้อนแย้งกับข้อมูลของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานที่ยืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอถึง 103 วัน และโรงกลั่นยังมีกำลังผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูงถึง 79.9 ล้านลิตรต่อวัน

“ปัญหาที่ประชาชนเผชิญไม่ใช่เรื่องปริมาณน้ำมันรวมของประเทศ แต่เป็นปัญหาด้านการกระจาย การบริหารจัดการ และความเชื่อมั่นในระบบ รัฐต้องแยกให้ออกระหว่างน้ำมันมีในระบบ กับน้ำมันถึงมือประชาชนหรือไม่” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ ยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบในวงกว้างว่า เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และภาคการเกษตรทันที สอดคล้องกับการประเมินของ IMF ที่ชี้ว่าหากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10% ต่อเนื่อง 1 ปี จะดันเงินเฟ้อโลกขึ้น 0.4% และกดดันผลผลิตโลกลดลง 0.1-0.2% สำหรับประเทศไทย สภาพัฒน์ประเมินว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อลิตร จะฉุด GDP ไทยลงราว 0.02% ซึ่งหากวิกฤตนี้ลากยาวไปถึงช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ หรือฤดูกาลท่องเที่ยว จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วให้ทรุดหนักกว่าเดิม

นายจาตุรนต์ ยังหยิบยกประเด็นข้อจำกัดด้านงบประมาณขึ้นมาเตือนรัฐบาลว่า ปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 12.54 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 65.96% ของ GDP ซึ่งใกล้เพดานที่กำหนดไว้ 70% ทำให้เหลือพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) เพียง 4.04% หรือประมาณ 7.7 แสนล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารัฐบาลไม่สามารถพึ่งพานโยบายลดภาษีสรรพสามิตหรือการอุดหนุนราคาเพียงอย่างเดียวได้ตลอดไป เนื่องจากไทยต้องสำรองงบประมาณไว้สำหรับดอกเบี้ยและการขาดดุลงบประมาณปี 2569 ที่ตั้งไว้สูงถึง 8.6 แสนล้านบาท ดังนั้นเพื่อให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤตขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 1.เร่งแก้การกระจายน้ำมัน เปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันให้ชัดเจน ตรวจสอบการกักตุนและเก็งกำไรอย่างจริงจัง 2.ช่วยเหลือแบบเจาะจง เน้นช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนจริง เช่น เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย 3.กระจายแหล่งนำเข้า ลดการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางและเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซที่มีความเสี่ยงสูง 4.เสริมบริการสาธารณะ เพิ่มทางเลือกการเดินทางเพื่อลดภาระต้นทุนน้ำมันให้ประชาชน 5.สร้าง Resilient Base พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างฐานเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น มุ่งเน้นพลังงานสะอาดและความมั่นคงทางอาหาร

“วิกฤตครั้งนี้เจ็บปวด แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความเจ็บปวดนี้สูญเปล่า รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่าจะช่วยใครก่อน ใช้เกณฑ์อะไร และมีแผนรองรับใน 3-6 เดือนข้างหน้าอย่างไร เพื่อพาประเทศไทยเดินผ่านวิกฤตไปอย่างมีทิศทาง” นายจาตุรนต์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img