เปิดหน้ากากไอ้โม่ง! “อรรถวิชช์” แฉยับน้ำมันหน้าปั๊มหายเพราะโรงกลั่นเล่นเกม 2 ราคา กักตุนรอขายค้าส่งฟันกำไร จี้ “นายกฯ อนุทิน” งัดกฎหมายทุบราคาเดียว ขณะที่ “ยศชนัน” เพื่อไทย ประเดิมอภิปรายครั้งแรกสุดเนี้ยบ ดันระบบดิจิทัลเช็กสต็อกน้ำมันยันต้นตอ ปิดช่องโหว่นายทุนเอาเปรียบประชาชน ด้าน “รังสิมันต์ โรม” ลุกทวงถามความรับผิดชอบรัฐบาล ฉะยับไร้เงา ครม. มาตอบญัตติสำคัญ
วันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย จำนวน 6 ญัตติ จาก 6 พรรคการเมือง ต่อมาเวลา 15.35 น.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันจริงๆ ยังไม่มาถึง แต่จะตามมาจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลังช่วงสงกรานต์ เปรียบเหมือนการดูดหลอดกาแฟ ช่วงลมยังมาไม่ถึง ปริมาณตอนนี้ที่รัฐบาลตรวจสอบจะพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน้าปั๊มไม่มี วิกฤตยังไม่มา ต้องบริหารดีๆ
“ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหนหรอก ไอ้โม่งคือโรงกลั่นครับ ประชาชนจะเก็บภาชนะได้หรือครับ อย่างเก่งมีถัง 200 ลิตร ถัง 30 ลิตร ต้องถามว่าโรงกลั่น 6 โรง และเครือข่ายของเขา ว่าน้ำมันไปไหน” นายอรรถวิชช์กล่าว และว่า ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อครั้งยังอยู่กระทรวงพลังงาน เมื่อปี 2568 น้ำมันปกติของประเทศไทย กลั่นวันละ 1 ล้านบาร์เรล 1 บาร์เรลเท่ากับ 159 ลิตร กล่าวคือในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยผลิตน้ำมันอย่างน้อย 159 ล้านลิตรต่อวัน ถือว่าเพียงพอ แต่เหตุใดหน้าปั๊มจึงไม่พอ เพราะสงครามเกิดเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกระชากขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเกิดอาการ 2 ราคา
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ราคาค้าปลีก ไม่ถึง 30 บาทหน้าปั๊ม แต่ราคาค้าส่งไปถึง 50 บาท โรงกลั่นย่อมต้องขายให้ค้าส่งเพราะขายได้ราคาแพงกว่า เป็นเหตุให้ค้าปลีกขาดแคลนที่หน้าปั๊ม โดยเฉพาะปั๊มที่เป็นระบบเฟรนไชส์จะถูกตัดโควตา เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำไปขายค้าส่ง การที่รัฐบาลประกาศอุ้มราคาชดเชย และเปลี่ยนราคาเรื่อยๆ โรงกลั่นจึงรอไปขายเมื่อราคาสูง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้มองว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาถูกทางแล้ว คือใช้กฎหมาย พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ตรึงราคาโดยไม่ชดเชย ซึ่งรัฐบาลควรใช้กฎหมายควรทุบโรงกลั่น โดยประกาศให้เป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคา
“ท่านไปบอกโรงกลั่นว่าโรงกลั่นไม่ใช่ร้านทอง ทองซื้อมาเมื่อวาน 5 หมื่น วันรุ่งขึ้นไปขาย 8 หมื่น ท่านจะไปบังคับให้เขาขาย 5 หมื่นไม่ได้ เพราะรัฐไม่เคยมีกลไกอุ้มความเจ๊งของร้านทอง แต่ในกรณีโรงกลั่น ก็คุณซื้อมา 5 หมื่น วันนี้ขึ้นไป 8 หมื่น รัฐจะบังคับให้คุณขาย 5 หมื่น คุณต้องขาย เพราะเรามีกลไกกองทุนน้ำมันอุ้มการขาดทุนของโรงกลั่นอยู่”
นายอรรถวิชช์ เสนอแนะนำว่า รัฐบาลต้องคิดใหม่ ใช้ พ.ร.ก. ปี 2516 กำหนดราคาตายตัว เพราะเขาใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว มีเพียงราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นจะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขึ้นมาขอคณะกรรมการกองทุน ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่เป็นทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนอยู่แล้ว
“ขีดเส้นใต้ 500 ครั้ง กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น และนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คิดว่าท่านจะทำสำเร็จ ขอให้กำลังใจ” นายอรรถวิชช์ กล่าว
ต่อมาเวลา 15.40 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า หลายคนได้สะท้อนแนวทางการแก้ปัญหามาแล้ว ซึ่งตนคิดว่ามีประโยชน์แต่ขออนุญาตเสริมคือ วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับกระทรวงพลังงานอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของหลายกระทรวง ของทุกภาคส่วน ซึ่งมิติต่างๆ ที่จะทำให้เราสามารถมองปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างรอบคอบและครบวงจร ตนขอเรียกว่า 3 มิติในการบริหารจัดการสภาวะวิกฤตตะวันออกกลาง ประกอบด้วย มิติที่ 1 คือปัจจัยสี่ ประกอบด้วยเรื่องอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เราต้องดูแลเรื่องกลไกราคา นอกถึงการรักษาพยาบาล มิติที่ 2 เรื่องที่อยู่อาศัย ค่าไฟ เนื่องจากการเดินทางมารักษาทางไกลต้องใช้พลังงานในการเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และมิติที่ 3 คือในส่วนของอนาคต ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน การใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามตั้งแต่โรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน ทั้งนี้ ตนหวังว่าเราจะสามารถเรื่องนี้ได้อย่างทั่วถึงเพื่อประโยชน์ของประชาชน ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องวางลำดับในการจัดการให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและสังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นการอภิปรายในสภาครั้งแรกของนายยศชนันในการเป็นสส. ซึ่งก่อนหน้านี้นายยศชนันเคยระบุว่าพร้อมจะทำหน้าที่ในฐานะนิติบัญญัติอย่างเต็มที่
ทั้งนี้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทวงถามความคืบหน้าจะมีครม.มาตอบญัตติด่วนหรือไม่ ถ้าไม่กล้ามาให้บอกมาตรงๆ มีเหตุผลอะไรที่ไม่มา แม้เป็นญัตติด่วน แต่เป็นเรื่องสำคัญที่รู้ล่วงหน้า ขอให้ชี้แจง
โดยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ว่าที่ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นญัตติด่วนด้วยวาจา ไม่ใช่กระทู้ถามสด ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ได้ประสานให้ครม.ทราบแล้ว แต่ถ้าต้องการให้มาตอบตอนนี้ก็ขออภัย ควรให้ฝ่ายบริหารแก้ปัญหาประชาชน ส่วนประชุมศบก.เสร็จแล้ว จะมาตอบหรือไม่ จะแจ้งให้ทราบอีกที



















