หน้าแรกHighlightศาลอาญายกฟ้อง‘กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง’ ยันชุมนุมอย่างสงบไม่ใช่การปล้นอำนาจ!

ศาลอาญายกฟ้อง‘กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง’ ยันชุมนุมอย่างสงบไม่ใช่การปล้นอำนาจ!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เฮลั่นศาลอาญา! จำเลย 17 รายพ้นมลทินคดี ม.116 ศาลชี้ชัดม็อบปี 61 ทำตามกฎหมาย ไม่ใช่กลุ่มจัดตั้งเพื่อสร้างความกระด้างกระเดื่อง แม้จำเลยบางรายต้องนอนเตียงคนไข้มาฟังคำตัดสิน แต่สุดท้ายศาลสั่งปรับแค่ 200 บาท ก่อนยกฟ้องทุกข้อหาฉกรรจ์!

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 มี.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุมนุมประท้วง หมายเลขดำอ.1308/2562ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์, นายเอกชัย หรือเอก หงส์กังวาน, นายอานนท์ นำภา ทนายความ, น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, น.ส.ศรีไพร นนทรีย์, นายวันเฉลิม กุนเสน, นายธนวัฒน์ พรมจักร, นายประจิณ ฐานังกรณ์, นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์, นายปิยรัฐ หรือโตโต จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.), น.ส.ชลธิชา หรือลูกเกด แจ้งเร็ว อดีตสส.ปทุมธานี พรรคปชน., นายนิกร วิทยาพันธุ์, นายวิเศษณ์ สังขวิศิษฏ์, นายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์, นายคีรี ขันทอง, นายประสงค์ วางวัน และ นายภัทรพล จันทรโคตร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ยุยงปลุกปั่นก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค. 2561 กลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันชุมนุม เพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง และต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี คสช.รัฐประหาร และยุติการสืบทอดอำนาจคสช. บริเวณ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน

พวกจำเลยให้การปฏิเสธและส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัวยกเว้น นายอานนท์ นำภา และนายเอกชัย หงส์กังวาล

วันนี้ทนายความ นายประจิณ ฐานังกรณ์ จำเลยที่ 9 และทนายความ นายวิเศษณ์ สังขวิศิษฏ์ จำเลยที่ 14 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วยหนักไม่สามารถเดินทางมาศาลได้

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ ผ่านมานานพอควรแล้วเห็นสมควรพาจำเลยที่ 9 และจำเลยที่ 14 มาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาเวลา 14.00 น. โดยจำเลยทั้งสองซึ่งมีอาการป่วยความดันโลหิตต้องนอนพักอยู่บนเตียงบริเวณห้องควบคุม

ส่วนกรณีนายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์ จำเลยที่ 15 เสียชีวิตนั้น ศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ต่อมาเวลา 14.00 น.เศษ ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาโดยพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างเห็นว่า การชุมนุมของพวกจำเลยเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธตามสิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีเจตนาชัดเจนเพื่อให้รัฐบาลคสช.ขณะนั้นจัดการเลือกตั้งทั่วไป และมิให้รัฐบาลคสช.บริหารประเทศต่อไป โดยกลุ่มผู้ชุมนุมขออนุญาตชุมนุมถูกต้อง และไม่มีเจตนาพิเศษสร้างความรุนแรง แตกแยกให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องหรือก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง อีกทั้งการชุมนุมก็มิใช่เป็นม็อบจัดตั้งหรือเกณฑ์คนมาร่วมชุมนุมแต่อย่างใด

ส่วนการจราจรอาจติดขัดบ้างเพราะเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นบนถนนเองเพื่อความเป็นระเบียบและความสะดวกในการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะทั่วไป

อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมมิได้ขออนุญาตการใช้เครื่องขยายเสียงโดยถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ ตามพ.ร.บ.โฆษณาเครื่องขยายเสียง

พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมานั้นยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยได้

พิพากษายกฟ้อง แต่ให้ปรับ จำเลยทั้ง 17 ราย คนละ 200 บาท.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img