นายกฯ ย้ำความจำเป็นปรับราคาน้ำมันตามสถานการณ์โลก เพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานในประเทศ พร้อมยืนยันไทยยังมีน้ำมันใช้เพียงพอ แม้ความขัดแย้งตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ
เมื่อเวลา 19.22 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ว่า เป็นการดำเนินการตามกลไกตลาด โดยรัฐบาลพยายามรักษาความมั่นคงด้านพลังงานให้มีน้ำมันเพียงพอใช้ภายในประเทศ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากรัฐเข้าไปอุ้มราคามากเกินไป จะส่งผลให้งบประมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการกักตุนและการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าตลาด
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไทยยังคงมีราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน แม้บางประเทศจะสามารถผลิตน้ำมันได้เอง แต่ราคายังสูงกว่าไทย
เมื่อถามถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในอนาคต อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย และมีรายงานการปิดช่องแคบซึ่งอาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับ โดยมอบหมายให้ PTT Public Company Limited จัดหาน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศเพื่อส่งออกไปยังประเทศลาว แทนการใช้น้ำมันที่กลั่นในประเทศ เพื่อให้สามารถเก็บสำรองน้ำมันภายในประเทศได้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันดีเซลในประเทศ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ไทยจะไม่ประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน
“ประชาชนมั่นใจได้เลยว่า ประเทศไทยจะไม่ขาดน้ำมันใช้ แม้ราคาจะมีการปรับตัวตามสถานการณ์โลก แต่เราจะบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลมากที่สุด” นายอนุทิน กล่าว
พร้อมระบุว่า ช่วงแรกที่รัฐบาลพยายามพยุงราคาน้ำมัน 15 วันนั้น เป็นไปเพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในสังคม แต่จากสถานการณ์ที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ไม่สามารถตรึงราคาได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด



















