รมว.กลาโหมลงพื้นที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ตรวจความเรียบร้อยคัดเลือกทหารปี 69 เผยยอดสมัครใจเต็มต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งสิทธิประโยชน์–โอกาสเรียนต่อ พร้อมย้ำไม่ทนพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย–หักหัวคิว ชี้พบผิดลงโทษเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่ชั้น 4 ของศูนย์การค้าดังกล่าว โดยเป็นสถานที่ตรวจเลือกของจังหวัดนนทบุรี ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ ไทรน้อย บางกรวย เมืองนนทบุรี บางใหญ่ บางบัวทอง และปากเกร็ด และเป็นการคัดเลือกในวันที่ 4
พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของกระบวนการคัดเลือก รวมถึงติดตามแนวทางการประชาสัมพันธ์ของสัสดีในพื้นที่ ที่ทำให้มีผู้สมัครเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจเต็มจำนวนอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมระบบสมัครใจ หากมีผู้สมัครครบตามเป้าหมายก็จะไม่มีการเกณฑ์ทหาร พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีการนำระบบสมัครออนไลน์มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น
สำหรับปัจจัยที่ทำให้มีผู้สมัครจำนวนมากนั้น พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า มาจากการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จูงใจ อาทิ โอกาสทางการศึกษา โดยผู้เข้ารับราชการสามารถศึกษาต่อควบคู่ไปได้ เช่น การศึกษานอกระบบ การยกระดับวุฒิการศึกษา ตลอดจนความก้าวหน้าในสายอาชีพและค่าตอบแทนที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเป็นการปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการทำงานจิตอาสา ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว
เมื่อถามถึงมาตรการป้องกันปัญหาการทำร้ายร่างกายทหารเกณฑ์ พล.ท.อดุลย์ ยอมรับว่าเคยมีเหตุเกิดขึ้นบ้าง แต่ยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด และหากพบการกระทำผิดจะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด โดยยกตัวอย่างกรณีค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ที่มีการปลดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมดูแลครอบครัวผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสม พร้อมย้ำว่า คนส่วนใหญ่ในกองทัพเป็นคนดี มีเพียงส่วนน้อยที่สร้างความเสียหาย และจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพล โดยเฉพาะทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ให้มีสาธารณูปโภคพื้นฐานครบถ้วน ทั้งน้ำ ไฟฟ้า ถนน รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้สามารถติดต่อครอบครัวได้อย่างสะดวก
ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องการนำพลทหารไปใช้ส่วนตัว และการเรียกเก็บผลประโยชน์ เช่น การยึดบัตรเอทีเอ็ม พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า กองทัพมีนโยบายชัดเจนในการป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมดังกล่าว แม้จะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ถือเป็นจุดด่างพร้อยที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง พร้อมขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา และแจ้งผ่านศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ หากพบการกระทำไม่เป็นธรรม
สำหรับนโยบายทหารอาสา พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ต้องรอการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนจึงจะสามารถกำหนดรายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยอาจมีการกำหนดระยะเวลาเข้ารับราชการที่เอื้อต่อการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี และบรรจุเข้ารับราชการต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการสานต่อนโยบายดูแลกำลังพลชั้นผู้น้อย ตามแนวทางของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยจะเพิ่มสวัสดิการให้กับกำลังพลในระดับต่าง ๆ อย่างทั่วถึง พร้อมย้ำว่า แม้กองทัพจะมีการแบ่งยศและสายบังคับบัญชาเพื่อความเป็นระเบียบ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ทุกคนมีความเสี่ยงและความสำคัญเท่าเทียมกัน.



















