‘กรณ์’ซัด‘อนุทิน’ปราบทุนเทาแค่ลมปาก แฉ‘คนใกล้ตัว’เอี่ยว‘ฟอกเงิน-สแกมเมอร์’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“กรณ์ จาติกวณิช” กางหลักฐานชำแหละนโยบายปราบทุนเทา ถามหาความจริงใจจากนายกฯ อนุทิน หลังพบอดีตรัฐมนตรี-คนในทำเนียบฯ มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกลุ่มสแกมเมอร์ พร้อมจี้ถามปมซื้อหุ้นเจาะจง BCPG และเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว โยงธนาคารกัมพูชา ลั่น “คนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัวท่านทั้งนั้น

วันที่ 10 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระที่ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องวันที่สอง ต่อมานายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา ว่า วิกฤติพลังงาน รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์รับมือ และจากที่ได้ติดตามเห็นว่ารัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์เดียว คือ การซื้อเวลารอให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมา แม้ว่าจะมีการใช้กองทุนน้ำมันชดเชย แต่ราคาหน้าสถานีบริการกลับลดลงเพียง 2 บาทกว่าโดยอิงค่าการกลั่น 7 บาท แต่ค่าการกลั่นปัจจุบันมีราคา 12 บาท ดังนั้นหากใช้สูตรการลดค่าน้ำมัน ต้องลดลง 12 บาท ด้วย  ทุกการตัดสินใจของรัฐบาลทำให้ประชาชนสงสัยว่าแก้ปัญหาโดยเกรงใจนายทุนมากเกินกว่าความทุกข์ของประชาชน

นายกรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง บอกว่าภาระการดูแลน้ำมันขอให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมัน หมายถึงให้ประชาชนดูแลเองฐานะผู้ใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ขณะที่ภาษีสรรพสามิตเก็บเท่าเดิม โดยอ้างว่าอาจไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่รายได้จากน้ำมันไม่ได้ส่งตรงไปที่ค่ารักษาพยาบาล แต่เข้ากองกลาง ซึ่งที่ตนยืนยันว่าการลดภาษีสรรพสามิตพร้อมกับลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของรัฐบาลที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ตนมองว่ารัฐบาลควรกำหนดสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่เป็นธรรมโดยเร็ว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายปราบสแกมเมอร์ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว ป.ป.ช. ยึดทรัพย์เพิ่มเติมของกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งการทำงานของหน่วยงานไทยที่ผ่านมาล่าช้า เมื่อเทียบกับต่างชาติ ซึ่งการทำงานที่ล่าช้านั้น พบว่าการยักย้ายทำให้การยึดอายัดทำไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้น นายกฯ ยึดหลักปฏิบัติการทำงานว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม คือไม่สนใจว่าใครเกี่ยวข้อง จะเดินหน้าเอาผิดตามพฤติกรรม ตนไม่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะก่อนหน้านี้ อดีตรมช.คลังในรัฐบาลของนายอนุทิน1 ที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับธนาคารของกัมพูชาซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ มีความเกี่ยวข้องกับการเข้าไปซื้อหุ้นกองทุนที่เป็นของกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงินซึ่งพบว่าถูกยึดอายัดในรอบนี้ด้วย ดังนั้นตนขอให้นายกฯ ตรวจสอบคนไทย คนใกล้ชิดของนายกฯ ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงและเกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ด้วย

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นในรายการที่ถูกอายัด พบว่ามีหุ้นบริษัท BCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ซึ่งถือโดยกองทุนCAI และ พิวกิ้น ถือครอง ทั้งนี้หุ้น BCPG พบว่ามีการขายหุ้นแบบเจาะจง คือ มติกรรมการเจาะจงขายหุ้นรวม 4,500 ล้านบาทให้กับ 2 กองทุน ซึ่งตนขอฝากไปถามนายกฯ ว่าหลังยึดหุ้น BCPG จากCAI แล้วได้ตรวจสอบด้วยหรือไม่ถึงเหตุผลการขายหุ้นแบบเจาะจง กรรมการวันนั้นที่เป็น อดีตรมว.คลังมาก่อน ต้องถามว่ารู้กับกับนายทุนสีเทา กลุ่มสแกมเมอร์หรือไม่ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้จบแค่คนต่างชาติไม่กี่คน แต่พบการขยายวงอยู่กับบุคคลที่เคยนั่งในสภาฯ และ ทำเนียบรัฐบาล ส่วนนโยบายที่บอกว่าจะทบทวนให้ฟรีวีซ่ากับต่างชาติเพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์นั้น รัฐบาลอย่าคิดว่าทำได้ เพราะคนที่ไม่ต้องอาศัยวีซ่าคือคนไทย และเป็นคนที่ต้องถูกตรวจสอบ

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่การแก้ปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินการที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มมาจากการลงนามอัปยศกับกลุ่มทุนสแกมเมอร์ และได้ส่งเรื่องเอาผิดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ตามมาตรา 157ต่อ ป.ป.ช. ทั้งนี้พบด้วยว่าการลงนามเอ็มโอยูอัปยศนั้นมีผู้ร่วมลงนามคือ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)  ที่มีบทบาทสำคัญตรวจสอบความโปร่งใสความถูกต้องในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นขอถาม รมว.คลัง ว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ตั้งบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูที่เอื้อกับการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก แม้เอ็มโอยูจะถูกยกเลิกไปแล้ว นั้นเหมาะสมหรือไม่

“กรณีของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมร่วมกับนายเบน สมิธ กรณีซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวและผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ผ่านธนาคารบีไอซีของกัมพูชา ซึ่งก่อนที่จะตั้งนายสุริยะกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่ ผมขอให้ชี้เแจงต่อสาธารณะ หากไม่ทำ ผมขอตั้งคำถามสะท้อนจริงใจ จริงจังหรือไม่ ต่อการปราบกลุ่มทุนเทา ที่นายกฯ บอกว่าพร้อมปิดตา เอาเรื่องกับทุคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัว และอยู่ในรัฐบาล”นายกรณ์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img