รมว.อุตสาหกรรม เผยเตรียมตั้งคณะทำงานข้ามกระทรวง ตรวจสอบสต๊อก–ราคาเม็ดพลาสติก หลังซัพพลายโลกตึงตัว ชี้อาจกระทบราคาสินค้าในประเทศ พร้อมรณรงค์ใช้วัสดุทดแทน–เพิ่มรีไซเคิลจากขยะ 2.7 ล้านตัน ลดพึ่งพานำเข้า
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลของหลายภาคส่วนต่อสถานการณ์เม็ดพลาสติก ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหลายกระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การอาหารและยา (อย.) กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
ทั้งนี้ คณะทำงานดังกล่าวจะมีหน้าที่ตรวจสอบแหล่งที่มา ปริมาณสต๊อก และราคาเม็ดพลาสติกในประเทศ โดยในระยะนี้ยังไม่มีมาตรการควบคุมราคา หรือจำกัดปริมาณ แต่จะเร่งสำรวจภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน
นายวราวุธกล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเม็ดพลาสติกของไทย ทำให้มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น และอาจทำให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกหายากมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนโดยตรง
พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนให้ประชาชนหันมาใช้วัสดุทดแทน เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกใหม่ โดยยกตัวอย่างการพกพากระติกน้ำส่วนตัว เพื่อลดต้นทุนและลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
นายวราวุธเปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกราว 2.7 ล้านตัน แต่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เพียง 25% เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการรีไซเคิลเป็น 30-35% เพื่อช่วยลดภาระการนำเข้าเม็ดพลาสติกใหม่ ซึ่งมีต้นทุนสูง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและราคาน้ำมันในตลาดโลก
สำหรับแนวทางทดแทนเม็ดพลาสติกใหม่ นายวราวุธระบุว่า สามารถใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากขยะที่มีอยู่ในประเทศได้ หากมีการคัดแยกและจัดการอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้วัตถุดิบใหม่ในภาคอุตสาหกรรม
ส่วนการเพิ่มศักยภาพการรีไซเคิล นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ได้จำกัดเพียงการเพิ่มโรงงาน แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การคัดแยกขยะและการทำความสะอาดก่อนทิ้ง ซึ่งแม้จะเป็นแนวคิดใหม่สำหรับคนไทย แต่เป็นแนวปฏิบัติที่หลายประเทศใช้ เพื่อช่วยลดต้นทุนในกระบวนการรีไซเคิล
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมมอบนโยบายและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้กับหน่วยงานในสังกัด ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการปัญหาเม็ดพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.



















