“อุตฯ”เปิด3แผนด่วนช่วย“ผู้ประกอบการ” อัดฉีด2หมื่นล.ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ3%

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้ามาตรการช่วยผู้ประกอบการและเอสเอ็มอีรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลก เปิดแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ–ลดภาระหนี้–ยกระดับทักษะแรงงาน พร้อมมาตรการเสริมรวม 23 โครงการ หนุนเศรษฐกิจสีเขียวและลดต้นทุนการผลิต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกำหนดแนวทางหลัก 3 มิติ เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

มิติแรก คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยธนาคาร SME Bank ได้จัดสรรวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่ออัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่เป็นเวลา 3 ปี แบ่งเป็น 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่

สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนเครื่องจักรและพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
สินเชื่อผู้พลัง SME สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย โดยกำชับให้ธนาคารพิจารณาอย่างยืดหยุ่น รวดเร็ว และเข้าถึงผู้ประกอบการได้ทันสถานการณ์

มิติที่สอง คือ การเสริมสภาพคล่องลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ผ่านแนวทาง “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด โดยจะติดตามสถานะลูกหนี้อย่างใกล้ชิด หากพบปัญหาจะเร่งเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อรักษาการจ้างงานและประคองธุรกิจในช่วงวิกฤต

มิติที่สาม คือ การเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ โดยมุ่งเน้นการอัปสกิลและรีสกิลแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจสีเขียว (Green Business)

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีมาตรการสนับสนุนอีก 23 เรื่อง ครอบคลุมการลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มความมั่นคงทางวัตถุดิบ อาทิ การส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรโรงงาน รวมถึงการส่งเสริมพลาสติกรีไซเคิลและพลาสติกชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเชื่อมโยงภาคเกษตรกับระบบโลจิสติกส์ และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมประหยัดพลังงาน โดยตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานอย่างน้อย 40 รายการ เช่น เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น

สำหรับประเด็นงบประมาณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า มาตรการทั้งหมดไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐ เนื่องจาก SME Bank มีวงเงินพร้อมดำเนินการทันที โดยผู้ประกอบการสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่

ส่วนกรณีการปรับราคาน้ำตาล นายวราวุธ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค พร้อมเสนอให้ปรับพฤติกรรมการบริโภค ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกที่มีปริมาณกว่า 2.7 ล้านตันต่อปี และส่งเสริมการใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำแทน.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img