‘ไอซ์-ช่อ’ชี้ของแพง-ศก.หดตัว จี้รบ.ปรับลดโครงการไม่จำเป็น เอามาช่วยปชช.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ไอซ์-ช่อ” เดินสำรวจตลาดท่าน้ำนนท์ พบประชาชนบางตา ของแพงขึ้น แต่แม่ค้ายังไม่กล้าขึ้นราคา ฝากรัฐบาลทบทวนมาตรการช่วยเหลือ พร้อมออกงบฯ ปี 70 ตัดลดโครงการไม่จำเป็น เอามาช่วยประชาชน

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.69 ที่ตลาดนัดท่าน้ำนนท์ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ร่วมเดินตลาดพบปะประชาชน พร้อมพูดคุยสอบถามถึงสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติราคาน้ำมันในปัจจุบัน พบว่าราคาสินค้าวัตถุดิบหลายรายการขึ้นและค่อนข้างส่งผลกระทบ โดยเฉพาะวัสดุจากพลาสติก น้ำมันพืช ขณะที่ผักผลไม้หลายรายการ และอาหารทะเลราคาสูงขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น ขณะที่บางรายการ เช่น มะพร้าว และพืชผักนอกฤดูกาลอื่นๆ ราคาตกต่ำ

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า อีกสิ่งที่พบคือผู้ค้าในตลาดไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นราคาสินค้า เพราะสภาวะเศรษฐกิจแบบปัจจุบันก็แทบไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าขึ้นราคาก็เกรงว่าจะไม่มีคนซื้อ แม้วัตถุดิบหลายอย่างจะขึ้นราคา แต่ก็ยังคงต้องขายในราคาเท่าเดิม เช่น ร้านข้าวแกง ที่วัตถุดิบราคาขึ้นทุกอย่าง แต่ผู้ค้าก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง ไม่สามารถขึ้นราคาไปมากกว่านี้ได้ ผักบางอย่างแม้จะปรับราคาสูงขึ้นตามฤดูกาลก็จริง แต่ผักบางรายการก็เห็นได้ชัดว่าขึ้นมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยภาพรวมสรุปได้ว่าวัตถุดิบขึ้นราคาทุกอย่าง แต่ผู้ค้าก็ต้องตรึงราคาเอาไว้

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อว่า สภาวะเช่นนี้ยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวมากขึ้น ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยและเลือกที่จะเก็บหอมรอมริบ ประชาชนจำนวนมากสะท้อนว่ามาตรการบัตรสวัสดิการ 100 บาท 1 เดือน เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป เข้าใจว่ารัฐบาลต้องพิจารณาสภาวะการคลัง แต่ขณะที่ประชาชนถูกเรียกร้องให้เข้าใจสภาวะการคลังของประเทศ แล้วรัฐบาลเข้าใจสภาวะการคลังประชาชนมากแค่ไหน ทั้งนี้ สวัสดิการช่วยเหลือระยะสั้นควรพุ่งเป้าไปที่คนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจริง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวประมง และกลุ่มเปราะบางต่างๆ

“แทนที่รัฐบาลจะบอกให้ประชาชนประหยัด รัฐบาลที่ต้องจัดทำงบประมาณต่างหากที่ควรประหยัด เพราะประชาชนประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรแล้ว โครงการที่ไม่จำเป็นควรชะลอ เอาเงินมาออกมาตรการระยะสั้นช่วยเหลือประชาชนดีกว่า รัฐบาลต้องพิจารณาตัวเองว่าทุกเวลาที่เสียไปคือเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ” นางสาวพรรณิการ์กล่าว

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือเรื่องของพลาสติก ที่ในขณะนี้ยังไม่ได้ขาดแคลน แต่มีการขึ้นราคาอย่างผิดปกติจากฝั่งโรงงาน ทำให้ผู้ค่ารายย่อยดือดร้อน ผู้ค้าแทบทุกรายต้องใช้คือถุงพลาสติก รวมถึงหลายรายต้องใช้น้ำมันพืช และสิ่งที่เห็นชัดคือคนเดินตลาดน้อยลง จากสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนมีรายได้เท่าเดิม แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น คนซื้อของน้อยลงทั้งที่เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนกลับบ้านทางไกลลดลง พับแผนการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

ด้าน นางสาวรักชนก กล่าวว่าสิ่งที่รัฐบาลควรต้องพิจารณา โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะมีการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลควรต้องพิจารณาตัดลดงบฯ หลายส่วนที่ยังสามารถชะลอได้ ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในช่วงเวลานี้ เช่น งบก่อสร้าง ถนน ตึกต่างๆ เพราะสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนกว่าในขณะนี้คือชีวิตของประชาชน.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img