‘รมว.ยุติธรรม’สั่ง‘DSI’ยกระดับคดีพิเศษ ฟันขบวนการกักตุน-ลักลอบขนส่งน้ำมัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รมว.ยุติธรรม นำทีมแถลงใหญ่ ยืนยันเดินหน้าดำเนินคดีถึงที่สุดกับกลุ่มกักตุนและบิดเบือนราคาน้ำมัน หลังพบหลักฐานชัดเจนมีการกักน้ำมันในสต๊อกแต่ไม่ยอมจ่ายออกตลาด สั่งตรวจสอบเส้นทางเดินเรือและรถขนส่งทุกเที่ยว ย้ำต้องได้รับโทษทั้งคดีแพ่ง-อาญา และกฎหมายความมั่นคง

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม หน่วยงานด้านความมั่นคง พลังงาน และกฎหมายหลายหน่วยงาน นำโดย รมว.ยุติธรรม กระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาน้ำมันขาดแคลนในช่วงวิกฤต พร้อมเปิดข้อมูลเชิงลึกถึงพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายกักตุนและบิดเบือนระบบการจำหน่ายน้ำมันทั้งระบบ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า คดีดังกล่าวถูกยกระดับเป็นคดีพิเศษแล้ว โดยพบพฤติการณ์ต้องสงสัยในหลายรูปแบบ ทั้งการจ่ายน้ำมันที่ผิดปกติ การประวิงเวลา และการตรวจพบความเคลื่อนไหวของคลังน้ำมันหลายแห่งที่มีปริมาณน้ำมันมาก แต่กลับจ่ายออกสู่ตลาดน้อยกว่าค่าเฉลี่ย โดยย้ำว่าจะตรวจสอบทุกระบบ “จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ” และจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ด้าน รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลโรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบขนส่งทั่วประเทศ พบความผิดปกติหลายจุด ทั้งการส่งน้ำมันล่าช้า การปิดระบบติดตาม GPS การขนส่งไม่ตรงปลายทาง รวมถึงการ “กักตุนโดยไม่จ่ายออกตลาด” ในช่วงวิกฤตวันที่ 21–25 มี.ค. 69 ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนอย่างรุนแรง

พร้อมระบุว่า พบการขนส่งน้ำมันทางเรือและทางบกที่มีพฤติกรรม “ประวิงเวลา” บางเที่ยวช้ากว่าปกติ 1–2 วัน ซึ่งอาจสร้างผลประโยชน์หลายสิบล้านบาทต่อเที่ยว และพบเที่ยวขนส่งบางส่วนไม่มีการระบุปลายทาง หรือมีการนำออกนอกเส้นทางจริง

ขณะที่ข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า มีการตรวจสอบเรือขนส่งน้ำมันจำนวนกว่า 100 เที่ยว พบความผิดปกติหลายสิบเที่ยว ทั้งการปิดสัญญาณ AIS การจอดเรือกลางทะเล และข้อมูลเอกสารการขนส่งที่ไม่สอดคล้องกัน รวมถึงกรณีตัวเลขน้ำมันปลายทาง “มากกว่าต้นทาง” ซึ่งผิดหลักทางปฏิบัติ

ส่วนประเด็นสำคัญจากฝั่งกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แม้การผลิตน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมจะเพิ่มสูงกว่าปกติ และมีการดึงสต๊อกออกมาใช้จำนวนมาก แต่กลับมีรายงานว่าปั๊มน้ำมันหลายแห่งยังขาดแคลน และบางจุดถูกลดโควตาการส่งน้ำมัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการกระจายน้ำมันไม่สอดคล้องกับปริมาณที่มีอยู่จริง

ด้านกองทัพเรือและ ศรชล. เปิดเผยว่า ตรวจพบความผิดปกติของเรือขนส่งน้ำมันหลายเที่ยว ทั้งการปิดระบบ AIS การจอดเรือกลางทะเลเพื่อประวิงเวลา และการเดินทางที่ไม่เป็นไปตามกำหนด ซึ่งทั้งหมดถูกส่งต่อให้ดีเอสไอใช้เป็นหลักฐานในการสอบสวน

ขณะที่ดีเอสไอ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกสอบพยานและบริษัทที่เกี่ยวข้องกว่า 60 ราย พร้อมตรวจสอบเอกสารการขนส่งน้ำมันกว่า 100 เที่ยว เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง และหาความเชื่อมโยงของผู้กระทำผิดในทุกระดับ

รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศกว่า 92 แห่ง รวมถึงระบบขนส่งและสถานีบริการกว่า 24,000 แห่ง หากพบการกักตุน ประวิงเวลา หรือเอื้อประโยชน์เชิงธุรกิจในช่วงวิกฤต จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งคดีราคาสินค้า การค้าน้ำมัน และกฎหมายความมั่นคงที่มีโทษรุนแรง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img