หัวหน้าพรรคประชาชนระบุคดีจริยธรรม ม.112 ไม่ใช่เพียงคดีทางการเมือง แต่สะท้อนปัญหาโครงสร้างอำนาจ ย้ำเดินหน้าทำหน้าที่ สส.ต่อ พร้อมต่อสู้ในศาลฎีกา
เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนพร้อม 9 สส. กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งรับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีกล่าวหาอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
โดยศาลมีคำสั่งให้ สส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่จำนวน 10 คน สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ แต่ห้ามกระทำซ้ำหรือแสดงความเห็นในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการกระทำตามข้อกล่าวหา
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคประชาชนขอยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวไม่มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมชี้ว่าแก่นของคดีนี้สำคัญกว่าสถานะทางการเมืองของบุคคล คืออนาคตของระบอบประชาธิปไตยไทย ที่ต้องมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ประชาชน ไม่ใช่การใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
“เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงคราม เพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกของการรัฐประหาร ที่ลดทอนอำนาจประชาชน และรวมศูนย์อำนาจไว้กับกลุ่มชนชั้นนำ” นายณัฐพงษ์ กล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคจะต่อสู้คดีในศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องบทบาทของผู้แทนราษฎรในระบบรัฐสภา และเดินหน้าขับเคลื่อนการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

นายณัฐพงษ์ยังเปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บ้างเป็นระยะ โดยยืนยันว่า สส.ทั้ง 10 คนยังพร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนประเด็นตำแหน่งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะรอข้อสรุปจากที่ประชุมพรรคในวันอาทิตย์นี้
สำหรับกรณีการเสนอชื่อให้ตนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ระบุว่า กระบวนการในสภาสามารถดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องรอการจัดตั้งโครงสร้างพรรคครบถ้วน และขอให้สอบถามรายละเอียดจากประธานสภาโดยตรง
เมื่อถูกเปรียบเทียบคดีนี้กับกรณีอื่น นายณัฐพงษ์มองว่า สังคมกำลังตั้งคำถามต่อความเสมอภาคของกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระ ว่ามีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่
ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า คดีนี้อาจใช้เวลาพิจารณานาน เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากและข้อเท็จจริงหลากหลาย คาดว่าอาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ยังมีประเด็นโต้แย้งเรื่องความเป็นธรรม โดยเฉพาะการเข้าถึงพยานหลักฐานและพยานบุคคล
ทั้งนี้ นพ.วาโย ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงกลับจาก ป.ป.ช. ภายใน 15 วัน และอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดคำสั่งศาลฉบับเต็ม เพื่อใช้ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างถูกต้องต่อไป



















