‘อนุทิน’ถก‘นายกฯเวียดนาม’รุกจับมือศก. ตั้งเป้ามูลค่าการค้า 2.5 หมื่นล้านเหรียญ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคี “เล มิญ ฮึง” ผู้นำเวียดนามคนใหม่ ณ เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ย้ำความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้น ชูประเด็นดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกเข้าสู่ภูมิภาค พร้อมเร่งผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึงเป้าหมาย และขอฝ่ายเวียดนามสนับสนุนทุนไทย-การบิน VietJet ในไทย เพื่อความมั่งคั่งร่วมกันในลุ่มน้ำโขง

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 พ.ค.(ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับ นายเล มิญ ฮึง(Mr. Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 (ASEAN Summit) ระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569

โดยนายกฯ กล่าวแสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรีเวียดนามในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และย้ำว่าเวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.ด้านเศรษฐกิจ นักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย ท่ามกลางวิกฤตในหลายภูมิภาคของโลก พร้อมเห็นว่าการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนามจะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถดึงดูดการลงทุนและเติบโตไปด้วยกันได้มากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเร่งขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ กล่าวต่อว่า  2.ด้านการลงทุน ขอให้เวียดนามสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของไทยในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนเวียดนามลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงแผนการลงทุนของสายการบิน VietJet ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของไทย  นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้แล้วเสร็จในช่วงการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม เพื่อเสริมสร้างการเกื้อกูลระหว่างเศรษฐกิจของสองประเทศ

นายกฯ กล่าวอีกว่า 3.ด้านความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านและประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของอนุภูมิภาค ไทยและเวียดนามควรมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาค โดยทั้งสองฝ่ายเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางส่งเสริมการพัฒนาและความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อไป.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img