“นายกฯ”ย้ำไทย-กัมพูชายืนยันใช้กลไก เจบีซีและจีบีซีเป็นช่องทางหลักร่วมกัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“อนุทิน” ย้ำไทยพร้อมหนุนความมั่นคงอาหารอาเซียน ชี้ประชุมอาเซียนครั้งที่ 48 ส่งผลบวกการค้า-ลงทุน เผย ADB เชื่อมั่นศักยภาพไทย ย้ำ คุยกัมพูชา ยึดตามกรอบหยุดยิง 68 ไม่เปิดด่าน

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.69 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ว่าไทยได้ย้ำเจตนารมณ์ในการแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติภาพบนพื้นฐานของกติกาสากล ควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์ของชาติ พร้อมผลักดันความร่วมมือเชิงรุกกับประเทศสมาชิก ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน

นายอนุทิน กล่าวว่า ในที่ประชุม ผู้นำอาเซียนให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางอาหาร” มากกว่าประเด็นด้านพลังงาน โดยประเทศไทยได้แสดงความพร้อมในการใช้ศักยภาพของประเทศในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารให้กับภูมิภาคอาเซียน

“ไม่ว่าโลกจะเผชิญปัญหาสงครามหรือวิกฤติพลังงาน ประเทศไทยพร้อมเป็นฐานสนับสนุนด้านอาหารให้กับประเทศสมาชิกอาเซียน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ทำให้เห็นถึงท่าทีเชิงบวกของประเทศสมาชิกอาเซียน ที่พร้อมสนับสนุนและพึ่งพากันมากขึ้น พร้อมย้ำว่าไทย “ไม่ได้เสียอะไรเลย” จากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ แต่กลับได้รับทั้งโอกาส ความเชื่อมั่น และแนวโน้มเชิงบวกต่อการค้า การลงทุน และความร่วมมือในภูมิภาคเพิ่มขึ้น

ส่วนกรณีการพบหารือกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นตามความตั้งใจของนายแฟร์ดีนันด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ที่ต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในการประชุม

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไทยและกัมพูชายังคงยึดตามกรอบ Joint Statement หรือแถลงการณ์ร่วมหยุดยิง ปี 2568 โดยการหารือไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการปักปันเขตแดนหรือการเปิดด่านพรมแดน และยังคงใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เป็นช่องทางหลักในการดำเนินการร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังเปิดเผยว่า ได้พบหารือกับประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งยังแสดงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย พร้อมนัดหมายหารือเพิ่มเติมในโอกาสที่จะเดินทางเยือนไทย เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาต่างๆ ของประเทศในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2569

นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)

ในการประชุม นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงยืนยันความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อผลักดันให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีเสถียรภาพและความเข้มแข็ง พร้อมเสนอความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และการคุ้มครองประชาชนอาเซียน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ ได้แก่ นายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เพื่อหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และการเชื่อมโยงในภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ยังมีการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยมีนายแฟร์ดีนันด์ มาร์กอส จูเนียร์ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ร่วมหารือ เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทด้วยความจริงใจ ระหว่าง 2 ชาติ

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ “พิธีสารเซบู” เพื่อรองรับการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต รวมถึงร่วมรับรองแถลงการณ์สำคัญด้านความร่วมมือทางทะเล การรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง การจัดการภัยพิบัติ และการเสริมพลังเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img