รัฐบาลเดินหน้าตรวจเข้มธุรกิจต่างชาติผ่านนอมินี นายกฯ เตรียมลงพื้นที่เกาะพะงันต่อจากภูเก็ต เร่งแก้ปัญหาทุนสีเทา ย้ำไม่ยอมให้กระทบอาชีพคนไทย พร้อมสั่งทุกหน่วยสแกนทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติผ่าน “นอมินี” อย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้แก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเอง และย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามต่อประชาชน เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ แต่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ของประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสอบนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่ามีนิติบุคคลรวม 16,811 ราย โดยเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย สะท้อนความจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด ว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือใช้นอมินีหลบเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
“นายกรัฐมนตรีให้นโยบายฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะภูเก็ต สมุย หรือพะงัน หากพบการใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งอาชีพคนไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” น.ส.รัชดา กล่าว
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ต่อประเทศ แต่จะไม่ยอมให้ทุนสีเทา นอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย พร้อมขอให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ และไม่ตกเป็นเครื่องมือของการใช้ชื่อคนไทยบังหน้า เพื่อปกป้องอาชีพของคนไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน.



















