นายกรัฐมนตรี ระบุกรณีการเคลื่อนไหวทางการเมืองและข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ทุกฝ่ายมีสิทธิตามความเชื่อ แต่ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ย้ำคำพิพากษาศาลมีผลผูกพันรายแปลง ไม่สามารถเหมารวมได้ พร้อมยืนยันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางไปยังหน้าบ้านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะ “ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย” ว่า ทุกคนมีสิทธิทำในสิ่งที่ตนเชื่อ ทั้งในประเด็นที่ดินเขากระโดงหรือกรณีฮั้ว สว. ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และเมื่อมีคำพิพากษาออกมา ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตาม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการทวงคืนพื้นที่ของรัฐเป็นรายแปลง นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ต้องรายงานความคืบหน้า โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกำกับดูแล ส่วนกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินก็รายงานต่อเนื่อง
นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า คำพิพากษาศาลไม่ได้มีผลเหมารวมทั้งพื้นที่ตามที่บางฝ่ายพยายามนำไปอธิบาย แต่ผูกพันเฉพาะรายแปลงที่มีการฟ้องร้องเท่านั้น กรณีชาวบ้านฟ้องให้การรถไฟออกโฉนด ศาลก็วินิจฉัยไม่ให้ดำเนินการ ดังนั้นจึงไม่อาจตีความเหมารวมว่าแปลงอื่นจะผิดทั้งหมด พร้อมย้ำว่าการรถไฟฯ ต้องดำเนินการฟ้องร้องเป็นรายแปลง และหากศาลมีคำวินิจฉัยอย่างไร ทุกฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อยกเว้น.




















