“ชัยชนะ เดชเดโช” เรียกร้องกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหานอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ เสนอเชื่อมข้อมูลท้องถิ่นตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท ป้องกันฟอกเงินและธุรกิจผิดกฎหมาย
วันที่ 18 มิ.ย.2569 เวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทุนเทา และการปราบนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ ว่า ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกมายอมรับว่า 53 รายที่ตรวจพบบนถนนรัชดาภิเษก มีนอมินีที่ถือหุ้นต่างชาติ ซึ่งณ วันนี้ตนมีข้อมูลว่า 47,000 ราย ถ้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีต่างชาติถือหุ้น 1% ขึ้นไป จึงขอฝากไปถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ต้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เพราะนอกจากประเทศเสียหายแล้ว ก็ยังจะทําให้เสียการจัดเก็บภาษีทั้งหมด ที่ไม่สามารถจัดเก็บได้ และวันนี้ไม่ใช่การตรวจสอบอย่างเดียว ในอนาคตต้องคิดถึงมาตรการป้องกันด้วยว่าจะป้องกันอย่างไร เช่น การขอจดทะเบียนธุรกิจการค้าในอนาคต
นายชัยชนะ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ควรให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำ MOU กับกระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1. สมมติมีนาย ก.ไปยื่นจดทะเบียน ก็ต้องส่งให้ท้องถิ่นไปดูก่อนว่าที่ตั้งสํานักงาน ขณะที่นาย ก. ระบุ มีที่ตั้งจริงหรือไม่เป็นที่ตั้งอย่างไร มีแล้วกี่บริษัท 2. สมมติว่าบุคคลที่มาขอจดทะเบียน ต้องตรวจสอบก่อนว่าเคยถือหุ้นในบริษัทไหนมาบ้าง เป็นนอมินีหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะขณะนี้มีบริษัทที่จดทะเบียนเสร็จแล้วไปเปิดบัญชี ทําหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเพื่อรับฟอกเงินให้กับสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และทุนต่างชาติต่างๆ ซึ่งทําให้ประเทศชาติเสียรายได้เป็นอย่างมาก
นายชัยชนะได้ยกตัวอย่างพร้อมนํารูปบ้านหลังหนึ่งบริเวณถนนร่มเกล้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาเปิดเผย พร้อมกล่าวว่า นี่คือบ้านหลังหนึ่งที่เป็นไปได้หรือว่าจะมีบริษัทจดทะเบียน 20 กว่าบริษัท ซึ่งตนไปสืบทราบข้อเท็จจริงว่าบ้านหลังนี้ชาวจีนมาถือครอง และถือหุ้นอยู่ ซึ่งหลังนี้เป็นคนจีนเป็นเจ้าของทั้งหมด ซึ่งตนไม่ทราบว่า รมว.พาณิชย์ แก้ไขท่านทําอะไรอยู่ถึงไม่แก้ไขเรื่องนี้ หรือมัวแต่ไปขายมะพร้าวใบละบาท หรือมัวไปแก้ไขปัญหาเรื่องกุ้ง แต่ท่านควรเอาเวลาไปแก้ที่นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาราคาสินค้า มาแก้ไขปัญหาบริษัทหรือบุคคลที่จดทะเบียนถือหุ้นนอมินีต่างชาติ ท่านทราบหรือไม่ว่า การถือหุ้นแทนนอมินีต่างชาติ เดิมทีเขาจ้างบุคคลมาสวมสิทธิ์ ในการถือครองทรัพย์สิน จดทะเบียนทุกวันนี้เมื่อจดทะเบียน แล้วต่างชาติได้สิทธิ์ก็เอาบริษัทนี้ ให้คนไทยถือหุ้น 51% ต่างชาติ 49% แล้วไปซื้อที่ดินทรัพย์สินอีกมากมาย ซึ่งตนยังมีข้อมูลอีกมาก จึงขอฝาก รมว.พาณิชย์ ให้ระวังเรื่องนี้ เพราะท่านคือจุดเริ่มต้น จุดกําเนิดบริษัทเหล่านี้ เริ่มต้นเพราะการจดทะเบียนครั้งแรกเริ่มต้นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่สามารถหยุดยั้งเรื่องนี้และตรวจสอบได้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่จบไป
นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า นอกจากอาคารที่ถนนร่มเกล้าที่มีคนจีนเปิดบริษัทจํานวนมากแล้ว สื่อมวลชนสามารถไปถ่ายภาพได้ ทั้งถนนรัชดา ถนนบรรทัด หรือจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพังงา มีการถือหุ้นครองทั้งนั้น และตนจะตรวจสอบเรื่องนี้ไปถึงขั้นว่าการถือครองทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร บ้าน หรือยานพาหนะ ว่าการถือครองของบริษัทเหล่านี้เป็นอย่างไร ยกตัวอย่างร้านในถนนรัชดา ชื่อว่า ฉงชิ่ง ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 50-100 ล้านบาท ซึ่งผู้จัดการร้านเป็นผู้ถือหุ้นมากที่สุด แต่ผู้จัดการคนดังกล่าวยังอยู่บ้านอย่างลําบาก และบริษัทที่สร้างตึกสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็มีผู้จัดการถือหุ้นแทนคนจีน เพราะฉะนั้น ท่าน รมว.ศุภจี พี่แต๋ม อันเป็นที่รักของพี่น้องประชาชน ขอให้แก้ปัญหาหน่อย




















