“ปกรณ์” ชี้จับโกงสอบท้องถิ่นไม่กระทบเข้า OECD กลับช่วยสร้างความเชื่อมั่น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย มองปฏิบัติการทลายขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเป็นสัญญาณบวก ชี้การเปิดโปงและดำเนินคดีจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานความโปร่งใสของไทยในสายตานานาชาติ พร้อมกำชับวางระบบสอบด้วยเทคโนโลยีที่รัดกุม

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจับกุมขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตรงกันข้าม กลับสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริต

นายปกรณ์ กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและจับกุมขบวนการดังกล่าวได้ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการเปิดโปงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการปรับปรุงและวางระบบงานให้มีความรัดกุมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

“ในมุมมองของผมถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเมื่อพบปัญหาแล้ว เราจะได้แก้ไขและวางระบบในอนาคตให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก” นายปกรณ์ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันสืบสวน จนนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงการขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อค้นหาช่องโหว่และหาแนวทางอุดรอยรั่วของระบบให้ได้มากที่สุด

นายปกรณ์ กล่าวว่า หากประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD หรือองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีระบบการทำงานที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และพร้อมแก้ไขปัญหาเมื่อพบความผิดปกติ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมระหว่างประเทศ

เมื่อถามว่า ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะมีแนวทางป้องกันการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ขณะที่ในส่วนของ ก.พ. ได้กำชับให้มีการวางระบบการสอบให้มีประสิทธิภาพและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการสอบ

ทั้งนี้ ระบบที่ใช้จะต้องเป็นระบบปิด เพื่อป้องกันการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายหลังจากการสอบเสร็จสิ้น เนื่องจากหากเป็นระบบเปิด อาจเปิดช่องให้มีการเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริต จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดูแลระบบอย่างใกล้ชิด

นายปกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบการสอบของสำนักงาน ก.พ. แตกต่างจากระบบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยเป็นคนละรูปแบบและคนละกระบวนการกัน โดยเบื้องต้นได้รับรายงานจากสำนักงาน ก.พ. ว่า ระบบการสอบของ ก.พ. ไม่มีช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริต เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขข้อมูลภายหลังได้ เมื่อดำเนินการสอบแล้ว ข้อมูลจะถูกบันทึกและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงย้อนหลังได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img