“พรรณิการ์ วานิช” แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ตั้งคำถามถึงแนวคิด “เอาการเมืองออกจากสภา กทม.” ชี้การเมืองเป็นเรื่องของการใช้อำนาจและการจัดสรรทรัพยากรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. โดยเชื่อว่าการเมืองที่ดีจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมแชร์ภาพข่าวการติดตั้งป้ายบิลบอร์ดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ที่มีข้อความรณรงค์ “เอาการเมืองออกจากสภา กทม.”
น.ส.พรรณิการ์ ตั้งคำถามว่า “เอาสภาออกจากการเมืองทำยังไง? ยกเลิกการเลือกตั้ง เป็นสภาแต่งตั้งแทน? หรือไม่ต้องมีสภาไปเลย ใช้ระบบพ่อขุนเผด็จการ ถ้าพ่อขุนทรงธรรม บ้านเมืองก็ร่มเย็น?”
พร้อมระบุว่า การเมืองคือการใช้อำนาจในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่มีอย่างไม่จำกัด รวมทั้งเป็นกระบวนการตอบคำถามว่า อำนาจในการบริหารประเทศหรือเมืองควรมาจากไหน และจะถูกนำไปใช้อย่างไร ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีรัฐ มีการจัดเก็บภาษี และมีงบประมาณเพื่อการบริหาร ย่อมหลีกเลี่ยงการเมืองไม่ได้
น.ส.พรรณิการ์ ยังระบุว่า ตลอดระยะเวลา 93 ปีของการมีระบบเลือกตั้งในประเทศไทย อำนาจทางการเมืองมักถูกใช้เพื่อตอบสนองคนกลุ่มเล็กที่ครอบครองทรัพยากรและอำนาจ ขณะที่ความต้องการของคนส่วนใหญ่กลับถูกละเลย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดขึ้น โดยยึดแนวคิดว่า “อำนาจต้องรับใช้คนส่วนใหญ่” และผู้ใช้อำนาจต้องอยู่ภายใต้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ
นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่และกลุ่มการเมืองที่มีแนวคิดเดียวกัน พยายามทำให้ประชาชนเห็นว่า การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน และคนธรรมดาก็สามารถเข้าสู่สนามการเมืองได้ ผ่านการแข่งขันด้วยอุดมการณ์ แนวคิด และนโยบาย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหัวคะแนน การซื้อเสียง หรือระบบอุปถัมภ์
แกนนำคณะก้าวหน้า ยังวิพากษ์วิจารณ์บุคคลและกลุ่มที่ใช้แนวคิด “เอาการเมืองออกไป” หรือ “อย่ามาการเมือง” ทั้งที่กำลังลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยเห็นว่าเป็นการทำให้การเมืองถูกมองเป็นเรื่องสกปรก ไร้ประโยชน์ และพยายามแยกการเมืองออกจากปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งที่ทั้งสองเรื่องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก
ช่วงท้ายของโพสต์ น.ส.พรรณิการ์ เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เท่านั้น แต่ยังเป็นการเลือกแนวทางการเมืองที่คนกรุงเทพฯ ต้องการ พร้อมทิ้งท้ายว่า หากประชาชนยังเชื่อว่าการเมืองที่ดีจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็ควรออกไปใช้สิทธิในฐานะเจ้าของอำนาจ เพื่อเลือกผู้แทนที่มีอุดมการณ์และแนวคิดสอดคล้องกับความเชื่อของตน



















