สภาฯ เดือด! พรรคประชาชนเหมาเข่ง 3 กระทู้สด “ไอติม-พริษฐ์” ตอกกลับรัฐมนตรีอ้างติดภารกิจฟังไม่ขึ้น แซะแรงหรือเพราะเห็นหัวแถวไม่เคยมาตอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตประธานรัฐสภาเฉื่อยชา ไม่ยอมนัดวิป 3 ฝ่าย หวังยื้อวาระแก้ รธน.ริบอำนาจตัวเอง จี้สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม ต้องชัดเจนคำร้องส่งศาลฎีกาสอย ป.ป.ช. ปมเป่าคดีซุกหุ้น
วันที่ 7 ก.ค.2569 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ ว่า วันที่ 8 กรกฎาคมจะมีเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอเข้ามา และเรื่องที่ สว. มีการแก้ไขเกี่ยวกับคือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือว่าด้วยเรื่องของนิรโทษกรรม หลังจากนั้นเราคงต้องรอดูว่าจะไปถึงวาระอะไรเพิ่มเติม ขณะที่วันที่ 9 กรกฎาคม ก็จะมีรายงานของหน่วยงานจำนวน 5 หน่วยงาน รวมถึงมีกระทู้ ซึ่งในส่วนของกระทู้สดสัปดาห์นี้นั้น ทั้ง 3 กระทู้อาจจะเป็นของพรรคฝ่ายค้านหลังจากที่กระทู้ที่ตนจะถามเองเกี่ยวกับเรื่องคดีฮั้ว สว. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มาตอบ ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงทำให้ทั้ง 3 กระทู้เป็นของพรรคฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่า ส่วนการที่รัฐมนตรีไม่มาตอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อยากเน้นย้ำอะไรบ้าง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคาดหวังให้รัฐมนตรีทุกคนทราบว่าหน้าที่ของตัวเองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือต้องรับผิดชอบต่อสภา ซึ่งการรับผิดชอบต่อสภาที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งคือการมาตอบทั้งกระทู้สด กระทู้ทั่วไป และกระทู้แยกเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระทู้สดมีการนัดหมายกันล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น การที่อ้างว่าติดภารกิจอะไรที่นัดหมายล่วงหน้า ตนคิดว่าเป็นเหตุผลที่อาจจะฟังไม่ขึ้น เพราะว่า รัฐมนตรีควรจะทราบอยู่แล้วว่าในช่วง 10.30-12.00 น. ของวันพฤหัสบดีจะมีการถามกระทู้สด
“ผมชวนคิดว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐมนตรีหลายคนอาจจะไม่มาตอบกระทู้ เป็นเพราะเขามองไปที่ผู้นำของเขา แล้วสังเกตเห็นหรือไม่ว่านายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยมาตอบกระทู้สดเลย ไม่ว่าจะในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งในบางประเด็นที่เราเคยมีการถามเกี่ยวกับการบริหารกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในกรมการปกครอง นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมาตอบ ดังนั้น คิดว่าวิธีการที่จะทำให้รัฐมนตรีทุกคนเห็นความสำคัญของการมาตอบกระทู้ในสภาฯ คือการที่ผู้บริหารสูงสุดนั่นคือนายกฯ ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองรับผิดชอบต่อสภาฯ ให้ได้ด้วยเช่นกัน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกระทู้สดทั้ง 3 เรื่องของฝ่ายค้านตามข้อบังคับ เราจะแจ้งช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เพราะส่วนหนึ่งเราคงต้องรอดูมติ พ.ร.บ.ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 1 วันข้างหน้าด้วย แต่หัวข้อที่เตรียมไว้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็แน่นอนว่าเป็นหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่
เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่สัปดาห์นี้ไม่มีการประชุมรัฐสภา นายพริษฐ์ กล่าวว่า เดิมประธานรัฐสภาเคยนัดประชุมร่วมอย่างไม่เป็นทางการไว้ช่วงวันที่ 7-8 กรกฎาคม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาสังคมเพื่อพิจารณาพร้อมกัน ดังนั้น สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นประธานรัฐสภาควรนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายเพื่อหารือร่วมกันและดูวาระอื่นที่ยังค้างการพิจารณาของการประชุมร่วมรัฐสภาอยู่ แต่ทางประธานรัฐสภาก็ไม่ได้มีการนัดหมาย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลหนึ่งที่ประธานรัฐสภาไม่มีความกระตือรือร้นในการนัดทุกฝ่ายมาหารือ เพราะวาระหนึ่งที่ค้างอยู่ในการประชุม เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา มาตรา 236 เพื่อให้ตัดดุลพินิจหรืออำนาจของประธานรัฐสภา ในการปัดตกคำร้องของสมาชิกรัฐสภาหรือภาคประชาชน ที่ร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ ซึ่งมาตรานี้ เป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลและป.ป.ช.สามารถฮั้วกันได้ หากป.ป.ช.ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ วันหนึ่งภาคประชาชนยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ในกรณีดังกล่าวก็อาจทำให้รัฐบาลอาศัยมือของประธานรัฐสภาที่มาจากพรรคเดียวกันปัดตกคำร้องดังกล่าว ดังนั้น จึงมองว่าการที่ประธานรัฐสภาไม่นัดหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย เป็นเพราะเรื่องนี้หรือไม่
เมื่อถามถึง คำร้องของพรรคฝ่ายค้านและสว.บางส่วนที่ขอให้ประธานรัฐสภายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการป.ป.ช. ในกรณีที่มีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนอยากทราบว่าขณะนี้ถึงไหนแล้ว เพราะยื่นไปหลายสัปดาห์แล้ว การตรวจรายชื่อก็เสร็จสมบูรณ์แล้วตอนนี้ รอแค่ประธานรัฐสภาว่าจะส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการอิสระ หรือปัดตกคำร้องดังกล่าว แม้ข้อบังคับจะไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ในอดีตคำร้องที่ส่งให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ป.ป.ช.ใช้เวลาแค่ 6 สัปดาห์ จึงมองว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ก็ไม่ควรใช้เวลามากกว่านั้น
“หากมองว่ากรอบเวลา 6 สัปดาห์ก็คาดว่าน่าจะสิ้นสุดในเร็วๆ นี้ จึงอยากเรียกร้องขอความชัดเจนว่าจะตัดสินใจได้เมื่อไหร่ เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาหรือปัดตก และหวังว่าท่านจะไม่ปัดตก เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า หากมีเพียงเหตุอันควรสงสัย ไม่ได้ฟันธงว่าป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แค่มีเหตุอันควรสงสัยก็ต้องส่งไปศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระก็รอคำตอบจากประธานรัฐสภาอยู่ ประธานรัฐสภาควรจะตัดสินใจได้ภายในสมัยประชุมนี้ แม้จะอยู่นอกสมัยประชุมแล้ว ไม่ได้เป็นเหตุให้ไม่ตัดสินใจแล้ว เพราะเรื่องนี้ควรจะตัดสินใจได้ ในสมัยประชุมนี้ซึ่งก็เหลืออีกแค่ 1 สัปดาห์” นายพริษฐ์ กล่าว




















