นายกรัฐมนตรีกำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานให้ประชาชนรับรู้ พร้อมผนึกกำลังทีมโฆษกรัฐบาลและโฆษกกระทรวงขยายการสื่อสาร ย้ำเกณฑ์ประเมินอยู่ที่ผลลัพธ์และประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน ไม่ใช่การปรากฏตัวบนหน้าสื่อ รับการสื่อสารเป็นจุดที่ต้องเร่งปรับปรุง แต่ยังไม่มีสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรี
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากกำชับให้รัฐมนตรีเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานของแต่ละกระทรวงว่า การทำงานของรัฐบาลมีความคึกคักมาโดยตลอด เพราะรัฐมนตรีทุกคนเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงรายงานผลการดำเนินงานในรอบสัปดาห์ต่อที่ประชุม ครม. เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบความคืบหน้า รวมถึงเปิดช่องทา
งในการหารือเพื่อขอความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง
“ทุกกระทรวงมีความสำคัญ” นายอนุทินกล่าว พร้อมระบุว่า ในการประชุม ครม. ได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนสื่อสารภารกิจและผลงานที่ดำเนินการไปแล้วให้ประชาชนรับทราบมากขึ้น เนื่องจากหลายโครงการเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน แต่ยังจำเป็นต้องขยายการรับรู้ให้กว้างขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ ทีมโฆษกรัฐบาล และโฆษกของแต่ละกระทรวง ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและผลงานของรัฐบาลให้เข้าถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การประเมินผลงานจะครอบคลุมรัฐมนตรีจากทุกพรรคการเมือง รวมถึงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ใช่” พร้อมขอให้ทุกกระทรวงร่วมกันสื่อสารผลงานของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลเชิงตัวเลขหรือข้อมูลประกอบ เพราะจะช่วยสะท้อนผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และกลายเป็น “ดิจิทัลฟุตพริ้นท์” ที่สามารถตรวจสอบได้
ส่วนกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ ว่า “ยังครับ” พร้อมย้ำว่า ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะเป็น 4 เดือน 1 ปี หรือ 1 ปี 6 เดือน เพราะการพิจารณาจะยึดผลงานเป็นหลัก
นายอนุทินกล่าวว่า การประเมินรัฐมนตรีไม่ได้ดูเพียงการปรากฏตัวบนหน้าสื่อ แต่ต้องพิจารณาถึงการขับเคลื่อนนโยบายและการทำงานที่ลงไปถึงประชาชน รวมถึงสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล
เมื่อถามว่า ถือเป็นการยอมรับหรือไม่ว่าจุดอ่อนของรัฐบาลคือเรื่องการสื่อสาร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นจุดอ่อนที่ยังสามารถปรับปรุงและแก้ไขได้
ส่วนการประเมินการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า สส.ทุกคนเป็นผู้แทนที่ประชาชนเลือกเข้ามา ดังนั้นการประเมินที่แท้จริงอยู่ที่การเลือกตั้ง หากเห็นว่าสมาชิกพรรคคนใดทำงานยังไม่เต็มที่ ก็สามารถให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงการทำงานได้ แต่ไม่สามารถก้าวล่วงการทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชนได้
สำหรับโอกาสที่ สส.บางคนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี นายอนุทินระบุว่า ขึ้นอยู่กับผลงาน ความสามารถ และสถานการณ์ที่เหมาะสม ไม่ควรคิดล่วงหน้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีรัฐมนตรีบางรายกลับไปทำหน้าที่ สส.เพียงอย่างเดียวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะ ก่อนที่จะไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
นายอนุทินยังกล่าวถึงบรรยากาศการหารือร่วมกับรัฐมนตรีก่อนการประชุม ครม. ว่า เป็นไปด้วยดี สะท้อนถึงสปิริตการทำงานร่วมกัน หลังจากร่วมงานกันมา 2-3 เดือน ทำให้เกิดความไว้วางใจ ความคุ้นเคย และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
พร้อมยกตัวอย่างการหารือกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับเรื่องที่เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. รวมถึงการพูดคุยกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่สร้างสรรค์และราบรื่น.




















