นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าฯ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งแก้ปัญหาแบบมีเจ้าภาพชัดเจน ยกระดับความปลอดภัย ปราบยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมสั่งเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำรับมือพื้นที่เสี่ยง
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม ที่โรงแรมเดอะ ซิกเนเจอร์ โฮเทล แอร์พอร์ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
นายกรัฐมนตรี กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพรับผิดชอบอย่างชัดเจน ต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และแก้ไขปัญหาในรูปแบบบูรณาการ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นายอนุทิน ได้มอบ 8 นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย
- รักษาความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับสูงสุด โดยบูรณาการทุกหน่วยงาน ป้องกันเหตุเชิงรุก และไม่ปล่อยให้มีพื้นที่ที่รัฐไม่สามารถเข้าถึงได้
- ยกระดับงานข่าวและระบบป้องกันเชิงรุก ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงาน พร้อมสร้างระบบแจ้งเบาะแสที่ประชาชนเกิดความไว้วางใจ
- ยึดหลักกฎหมาย ความเป็นธรรม และสิทธิมนุษยชน ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ โปร่งใส และไม่สร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้ง
- ปราบปรามยาเสพติดผ่านปฏิบัติการ Operation 90 Days โดยมุ่งตัดวงจรผู้ค้า เครือข่ายนายทุน และเส้นทางการเงิน รวมถึงป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง
- ยกระดับการบริหารจัดการชายแดนผ่าน ศบค.ชด. เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และสินค้าผิดกฎหมาย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการเดินทาง
- พัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตควบคู่กับความมั่นคง เชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนภาคใต้กับเศรษฐกิจภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และภูมิภาค เพื่อสร้างงานและรายได้ให้ประชาชน
- ใช้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นพลังในการพัฒนา ส่งเสริมความเข้าใจ ความเป็นธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน
- บูรณาการการทำงานและติดตามผลอย่างเข้มข้น กำหนดเจ้าภาพรับผิดชอบให้ชัดเจน พร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งการแจ้งเตือนภัย การระบายน้ำ การกักเก็บน้ำ และการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการ 3 มิติ ได้แก่ การรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน และการสร้างความเชื่อมั่น ความเป็นธรรม รวมถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม




















