“ไหม” ชักธงรบ! สอยงบ อปท. พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านล่ม แฉแท็กติก “สอดไส้แคตตาล็อกโซลาร์เซลล์” ลั่นชิ้นเค้กหอมหวน ระวังฝ่ายบริหารเปลี่ยนกระบวนท่าฮุบซ้ำ
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ยกเลิกการจัดทำแผนงานหรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตสถานการณ์ด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภายหลังออกมาตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการสอดไส้โครงการไม่ชอบมาพากล รวมถึงมีแคตตาล็อกมาให้ท้องถิ่นเลือก
ถือเป็นความโชคดี เราได้รับข้อมูลมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่รอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัย พ.ร.ก.ฯ หลังจากที่ตนได้โพสต์ไปเพียงวันเดียวว่า มันมีความไม่ชอบมาพากล อาจมีการสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่อาจไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เน้นการติดโซลาร์เซลล์ในอุปกรณ์ หรือยานพาหนะต่าง ๆ ก็ได้ผลที่ สถ. ยกเลิกไป
แต่ตนคิดว่าไม่จบแค่นี้ เขาจะต้องไปปรับเปลี่ยนกระบวนท่าเพื่อที่จะเสนอกลับเข้ามาใหม่แน่นอน
“เพราะชิ้นเค้กชิ้นนี้มันก้อนใหญ่มากถึง 2 แสนล้านบาท ทุกหน่วยงานอยากมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์จากเงินกู้ก้อนนี้ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขที่เขาจะยื่นเข้ามาใหม่ คงไม่โจ๋งครึ่มขนาดนี้ อาจจะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ มากกว่านี้ อาจทำให้การตรวจสอบลำบากมากยิ่งขึ้น
เราคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ต้องขอบคุณคนที่ส่งข้อมูลให้ด้วย และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ อปท. ทุกคนที่เห็นถึงความผิดปกติ เห็นพิรุธ ไม่อยากที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการทั้งหลายเหล่านี้
ถ้ารอบหน้ามันมีความผิดปกติใด ๆ อีก เราเห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะส่งข้อมูลเข้ามา จะตรวจจับความผิดปกติก่อนที่โครงการจะเริ่ม ต้องตัดก่อนที่มันจะเกิด” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หลาย ๆ กระทรวงได้ยื่นโครงการผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองหลายโครงการแล้ว ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สภาฯ คงต้องทำงานอย่างเข้มข้นต่อจากนี้ เพื่อตรวจสอบทุกบาททุกสตางค์ที่จะต้องมีการกู้แล้วนำไปใช้โครงการต่าง ๆ
ต้องย้ำอีกครั้งว่า โครงการนี้มันผิดฝาผิดตัวมาตั้งแต่ต้น เราไม่สามารถเปลี่ยนผ่านพลังงานอะไรได้อย่างจริงจังภายในระยะเวลา 1 ปี ถึงแม้จะมีเม็ดเงินมากถึง 2 แสนล้านบาทก็ตาม ทำอย่างไรก็ได้ให้มีการใช้เงินตรงนี้น้อยที่สุด เช่น การยกระดับสายส่งให้เป็นสายส่งสมาร์ทกริด ที่ต้องใช้งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
เมื่อถามว่า มีโครงการใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ซ้ำซ้อนกับโครงการในงบปี 2570 หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบ มีโครงการในงบปี 70 ซ้ำกันกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ประมาณ 3 พันล้านบาท เช่น โซลาร์รูฟ โซลาร์ชลประทาน จึงให้หน่วยงานชี้แจงว่าต้องเลือกงบจากทางใดทางหนึ่ง อย่าใช้งบจาก 2 แหล่งไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน ยังพบการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับแผนฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ก็มีโอกาสที่จะซ้ำซ้อนกับงบปี 70 เช่นกัน
ที่สำคัญ ก้อน 1.2 หมื่นล้านบาท จะเป็นการเริ่มสมทบระหว่างรัฐบาลกับหน่วยราชการที่มีเงินสะสม เช่น รัฐบาลออกครึ่งหนึ่ง ท้องถิ่นออกครึ่งหนึ่ง โดยมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้หน่วยงานที่มีเงินสะสมนำเงินออกมาใช้ แต่หากหน่วยงานที่มีเงินสะสมยังของบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็กังวลถึงประสิทธิผลของโครงการ จึงเห็นว่าสมควรที่จะตัด และยกไปในส่วนที่ไม่เพียงพอ เช่น งบวิจัยที่ถูกตัดไป 1.3 หมื่นล้านบาท หรืองบสวัสดิการก็ไม่ได้ครบตามที่โฆษณาไว้ ซึ่งเราต้องการให้เม็ดเงินถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่า วันนี้ยังเป็นการพิจารณางบกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เมื่อเสร็จแล้วจะพิจารณางบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่ได้มีการคุยกันเยอะ เพราะแต่ละกระทรวงถูกตัดงบประมาณไปเยอะแล้ว




















