กรรมการการเลือกตั้งย้ำการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. เป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการกฎหมาย ไม่ได้ตั้งธงล่วงหน้า ระบุคลิปที่ปรากฏตามสื่ออยู่ในสำนวนแล้ว พร้อมคาด กกต.จะพิจารณาลงมติได้ภายในเดือนสิงหาคม ยืนยันประชาชนยังเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของ กกต.ได้
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า การดำเนินการของ กกต.ไม่ได้มีการตั้งธงล่วงหน้า แต่พิจารณาตามพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 และชุดที่ 36 รวบรวมไว้
นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกกล่าวหาว่ากระทำการโดยไม่เปิดเผย ทำให้การแสวงหาพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งพยานที่เข้ามาให้ข้อมูลจำเป็นต้องได้รับการปกปิดตัวตนเพื่อความปลอดภัย ขณะที่พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้รับความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แม้จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ในระดับหนึ่ง แต่ยอมรับว่าไม่ใช่คดีที่สามารถหาหลักฐานได้ง่ายเช่นคดีทั่วไป
นายสิทธิโชติ กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคดีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ความรับผิดทางอาญา ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนจนรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด และอีกส่วนคือการพิจารณาในอำนาจของ กกต. หากพยานหลักฐานยังไม่ถึงระดับดำเนินคดีอาญา แต่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิด กกต.สามารถมีมติส่งเรื่องเพื่อขอเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้พ้นจากตำแหน่งได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต.ทั้ง 7 คน ว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่
เมื่อถามถึงคลิปการเสวนาเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ที่เผยแพร่ในสื่อ จะนำมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คลิปที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้อยู่ในสำนวนของ กกต.แล้ว โดยคณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ได้รวบรวมไว้ครบถ้วน ส่วนคลิปใหม่ที่เผยแพร่ภายหลังนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานในสำนวน แม้ว่าบางบุคคลที่ร่วมเสวนาจะเป็นพยานปกปิดของ กกต. แต่ตนไม่ได้รับฟังเนื้อหาการเสวนา จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าตรงกับคำให้การที่ให้ไว้ต่อ กกต.หรือไม่
นายสิทธิโชติ กล่าวย้ำว่า คำให้การของพยานที่ให้ไว้กับคณะสืบสวนและไต่สวนได้ถูกบรรจุไว้ในสำนวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนการให้สัมภาษณ์หรือการแสดงความคิดเห็นนอกสำนวน แม้อาจส่งผลต่อความรู้สึกของสังคม แต่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ โดย กกต.จะพิจารณาจากหลักฐานที่อยู่ในสำนวนเท่านั้น
เมื่อถามถึงข้อกังวลกรณีรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 ราย ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองระดับท้องถิ่น นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่มีการลงมติ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีผลอย่างไร เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลได้
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า หากพบการฮั้วเลือก สว.ในบางจังหวัด จะส่งผลให้กระบวนการเลือก สว.ทั้งระบบเป็นโมฆะหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า หากมีการกระทำผิด ก็จะมีผลเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะกรณี ไม่ได้ทำให้กระบวนการเลือก สว.ทั้งหมดเสียไป เพราะยังมีผู้สมัครที่ไม่ได้ถูกกล่าวหาหรือไม่ได้กระทำผิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ กกต.จะพิจารณา
นายสิทธิโชติ คาดว่า กกต.จะสามารถพิจารณาลงมติในคดีดังกล่าวได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ เนื่องจากการพิจารณาคืบหน้าไปมากแล้ว
“ประชาชนยังสามารถคาดหวังการทำหน้าที่ของ กกต.ได้ เพราะหน้าที่ของ กกต.คือการคัดสรรบุคคลเข้าสู่ระบบการเมืองตามกรอบกฎหมาย แม้จะมีแรงกดดันจากสังคม แต่ กกต.ต้องยึดหลักเหตุผลและพยานหลักฐานในการวินิจฉัย เชื่อมั่นได้ว่า กกต.ทั้ง 7 คน จะใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม และทุกมติจะมีเหตุผลรองรับ ไม่ว่าจะมีมติส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหรือไม่ก็ตาม” นายสิทธิโชติ กล่าว.



















