นายกรัฐมนตรีชี้แจงกระแสวิจารณ์กรณีร้องเพลง “เถียนมี่มี่” ระหว่างเยือนจีน ย้ำไทยยึดนโยบาย “จีนเดียว” มาโดยตลอด ไม่ใช่เรื่องใหม่ พร้อมระบุท่าทีไต้หวันเป็นเรื่องที่รับทราบ แต่ยืนยันความร่วมมือทางเศรษฐกิจไม่ได้รับผลกระทบ และไทยไม่ได้เอนเอียงไปฝ่ายใด
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการร้องเพลง “เถียนมี่มี่” ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจส่งผลกระทบด้านการทูต เนื่องจากมีประเด็นความอ่อนไหวเกี่ยวกับไต้หวัน ว่า
ประเทศไทยยึดมั่นในนโยบาย “จีนเดียว” มาโดยตลอด ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยความร่วมมือด้านต่าง ๆ หากไม่ขัดต่อนโยบายของไทย ก็ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ
“สำหรับไทยก็คือนโยบายจีนเดียว” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ไต้หวันออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อท่าทีของไทย ภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงร่วมไทย-จีน ที่ระบุว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นท่าทีของไต้หวัน ซึ่งไทยรับทราบ แต่ยืนยันว่าจุดยืนของไทยมีความชัดเจนอยู่แล้ว
ส่วนข้อกังวลว่าท่าทีดังกล่าวจะกระทบต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับไต้หวันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบในด้านดังกล่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องมีแนวทางทางการทูตเพื่อทำความเข้าใจกับไต้หวันเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เข้าใจกันอยู่แล้ว”
สำหรับข้อกังวลว่าไต้หวันอาจมองว่าไทยเอนเอียงไปทางจีนหรือร่วมกดดันไต้หวัน นายอนุทิน ยืนยันว่า นโยบายของไทยคือ “จีนเดียว” และไม่ได้เอนเอียง
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ของไต้หวันที่กำลังเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “กระแสไม่พูดถึง”
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าไต้หวันอาจพิจารณายกเลิกมาตรการฟรีวีซ่าให้กับคนไทย รวมถึงมาตรการเกี่ยวกับแรงงานไทย นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายที่ชัดเจน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไทยจำเป็นต้องชี้แจงท่าทีต่อรัฐบาลไต้หวันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า “นโยบายของไทยมีความชัดเจน”.



















