‘สีหศักดิ์’ ชี้อาเซียนยังเนื้อหอม เวทีโลกยกย่องเป็นเสาหลักสันติภาพ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เผยผลประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่ฟิลิปปินส์ สะท้อนบทบาทอาเซียนยังได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกในฐานะแกนกลางด้านสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค พร้อมหารือเข้มปัญหาความขัดแย้งโลก ทะเลจีนใต้ เมียนมา และภัยหลอกลวงออนไลน์ที่หลายประเทศให้ความสำคัญ โดยสหรัฐฯ พร้อมจับมือไทยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ถึงภาพรวมการประชุมว่า เป็นเวทีสำคัญที่มีการหารือในหลายกรอบความร่วมมือ ทั้งการประชุมของประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ การประชุมกับประเทศคู่เจรจาอีก 11 ประเทศ การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมรวม 27 ประเทศ ตลอดจนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชียตะวันออก (EAS) และการประชุมความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของนานาประเทศในเวทีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า “อาเซียนยังคงเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก” และยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รองจากสหภาพยุโรป (EU) โดยอาเซียนได้รับการชื่นชมว่าเป็นแกนกลางของภูมิภาค และเป็นเสาหลักในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมีบทบาทในประเด็นระหว่างประเทศในหลากหลายมิติ

สำหรับสาระสำคัญของการหารือ ส่วนใหญ่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและสถานการณ์โลก ท่ามกลางความผันผวนของระเบียบโลกที่หลายฝ่ายมองว่ากำลังเผชิญภาวะไร้กติกาและความตึงเครียดจากความขัดแย้งในหลายพื้นที่

นอกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนแล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งแม้จะเคยมีการหยุดยิงเพื่อเปิดทางสู่กระบวนการสันติภาพ แต่ล่าสุดกลับเกิดการปะทะขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้หลายประเทศแสดงความกังวลต่อเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงประเด็นความมั่นคงทางทะเล เสรีภาพในการเดินเรือภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนผลกระทบด้านความมั่นคงทางพลังงานและความมั่นคงทางอาหาร

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นภายในภูมิภาคอาเซียน ที่ประชุมได้หารืออย่างกว้างขวางถึงสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการเดินเรือและข้อพิพาทด้านการอ้างสิทธิทางทะเล โดยบางประเทศแสดงความห่วงใยต่อบทบาทของจีน ขณะที่อีกหลายประเทศให้ความสำคัญกับการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงสถานการณ์ในเมียนมา โดยไทยได้ย้ำจุดยืนในหลายเวทีว่า ต้องการเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา พร้อมผลักดันการเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ไทยได้นำเสนอแนวทาง “การมีปฏิสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป” เนื่องจากไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและไม่อาจรอคอยได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แต่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปรองดอง การเจรจา และการสร้างสันติภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยเรียกว่า “การเดินสองเส้นทาง” พร้อมทั้งระบุว่า บรรยากาศการหารือเรื่องเมียนมาในเวทีต่าง ๆ ครั้งนี้ ผ่อนคลายลงกว่าการประชุมในช่วงที่ผ่านมา

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หลายประเทศหยิบยกขึ้นหารือ คือ ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งได้รับความสนใจจากประเทศสมาชิกและประเทศคู่เจรจาอย่างกว้างขวาง

โดยนายมาร์โค รูบีโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เนื่องจากมีประชาชนชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตจากขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสหรัฐฯ จะเร่งผลักดันความร่วมมือกับประเทศไทยในการปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์ เนื่องจากมองเห็นถึงความจริงจังและความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img