‘ปธ.รัฐสภา’ฝากความหวังกับ‘คนรุ่นใหม่’ ชู‘ปชต.กินได้’ต้องหลุดพ้น‘ความขัดแย้ง’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


ประธานรัฐสภาเปิดโครงการยุวชนประชาธิปไตย ครบรอบ 25 ปี ฝากอนาคตประเทศไว้กับเยาวชน พร้อมย้ำประชาธิปไตยต้องสร้างความสุขให้ประชาชน เป็น “ประชาธิปไตยกินได้” ใช้เหตุผลเหนือเสียงข้างมาก และยอมรับผลการลงมติ พร้อมรับข้อเสนอยุวชนผลักดันการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นพลเมืองของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืน ภายใต้กิจกรรม “รวมรุ่นเยาวชนเพื่อการสร้างความเป็นพลเมือง ประจำปี 2569” เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พลังเยาวชนกับการพัฒนาประชาธิปไตยในยุคใหม่”

นายโสภณกล่าวตอนหนึ่งว่า เยาวชนในวันนี้คือผู้ใหญ่ของประเทศในวันข้างหน้า จึงขอฝากอนาคตของประเทศไว้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมแสดงความหวังว่ายุวชนประชาธิปไตยตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศต่อไป

ประธานรัฐสภาระบุว่า ระบอบประชาธิปไตยคือการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน แต่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะการจะมีประชาธิปไตยได้ ประเทศต้องมีเอกราช มีอธิปไตย และมีผืนแผ่นดินให้ประชาชนได้อาศัยอยู่ร่วมกัน

นายโสภณกล่าวว่า การเป็นพลเมืองที่ดีและนักปกครองที่ดีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งและสงคราม ขณะที่ประเทศไทยเองยังเผชิญความแตกต่างทางความคิด ซึ่งประชาธิปไตยต้องมีขอบเขต และไม่ว่าระบอบการปกครองใด เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

“อยากเห็นประชาธิปไตยที่นำความสุขมาสู่ประชาชน เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ และเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงความฝันหรือคำพูด แต่ต้องพิสูจน์ได้จากการลงมือทำ” นายโสภณกล่าว

พร้อมระบุว่า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่ควรใช้เวทีรัฐสภาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยอาศัยเหตุผลเพื่อโน้มน้าวผู้ที่เห็นต่าง มากกว่าการยึดเพียงเสียงข้างมาก

“ประชาธิปไตยที่ดีไม่ใช่เรื่องของเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้เหตุผลในการสร้างความเข้าใจ หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ก็ต้องใช้การลงมติ และเมื่อผลออกมาแล้ว ทุกฝ่ายต้องยอมรับ วันนี้สังคมไทยยังติดอยู่กับปัญหาแพ้มติแล้วไม่ยอมรับ จึงทำให้ประเทศวนเวียนอยู่กับความขัดแย้ง” นายโสภณกล่าว

ประธานรัฐสภายังกล่าวย้ำว่า ประชาธิปไตยต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง พร้อมเรียกร้องให้คนไทยรักษาค่านิยมแห่งความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และเห็นอกเห็นใจกัน ซึ่งเป็นคุณค่าที่บรรพบุรุษได้สั่งสมไว้ พร้อมระบุว่า สิ่งที่ตนรังเกียจที่สุดคือการมองเพื่อนมนุษย์ไม่ใช่มนุษย์ และการแบ่งแยกชนชั้น เพราะคุณค่าของชีวิตมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน

ภายหลังการปาฐกถา นายณัฐศักดิ์ สาริกา ยุวชนประชาธิปไตยจังหวัดพิจิตร ประจำปี 2566 ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนิติบัญญัติในการเสริมสร้างพลเมืองตื่นรู้ โดยเสนอให้เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งมองว่าเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสังคม ครอบครัว ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง

ด้านนายโสภณกล่าวตอบว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญและผลักดันมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน นายโสภณยังได้มอบเกียรติบัตรแก่ยุวชนประชาธิปไตยต้นแบบในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ สาขาการส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน สาขาการทำงานเพื่อสังคมและชุมชน สาขาภาวะผู้นำและแบบอย่างพลเมืองประชาธิปไตย รวมถึงรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผู้มีผลงานดีเด่น

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างยุวชนประชาธิปไตยจากรุ่นสู่รุ่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของกิจกรรมรวมรุ่นยุวชนเพื่อการสร้างความเป็นพลเมือง โดยมีเยาวชนจากทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 400 คน เข้าร่วมกิจกรรม

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img