นายกรัฐมนตรีเผยพูดคุยกับอดีตนายกฯ เศรษฐา หลังเข้ารับรางวัลโครงการ Thailand Zero Dropout Plus ย้ำแม้อยู่คนละรัฐบาล แต่โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนพร้อมเดินหน้าต่อ ขณะที่ “เศรษฐา” ชมบรรยากาศกลับทำเนียบอบอุ่น ปัดให้คำแนะนำการทำงาน ระบุ “เป็นพี่น้องกันมากกว่า”
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกัน โดยนายเศรษฐาเดินทางมารับรางวัลจากโครงการที่ริเริ่มขึ้นในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ โครงการ Thailand Zero Dropout ซึ่งมุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไทยให้เข้าถึงการศึกษา และไม่ถูกทอดทิ้งจากระบบ
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบันเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน จึงนำมาสานต่อ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) ซึ่งอดีตเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาดูแลโครงการดังกล่าว
“ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลใด หากเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ เราพร้อมที่จะนำมาสานต่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่ามีการพูดคุยเรื่องการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนกับนายเศรษฐามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด แม้หลังจากพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็มีโอกาสพบกันหลายครั้ง เนื่องจากรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย จึงเป็นเรื่องปกติที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า นายเศรษฐามีความเชี่ยวชาญและมีมุมมองด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ จึงมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันอยู่เสมอ
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเข้ารับรางวัลถึงการกลับมายังทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น และนายอนุทินให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
เมื่อถามว่าได้มีโอกาสแนะนำแนวทางการทำงานให้กับนายอนุทินหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า
“ไม่มีหรอกครับ ท่านโอเคแล้ว เป็นพี่น้องมากกว่า”
ทั้งนี้ นายเศรษฐา ระบุว่า การสานต่อโครงการ Thailand Zero Dropout ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นโครงการที่มุ่งแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป.



















